วันนี้ (24 มี.ค.2569) สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของรัฐบาลเกาหลีเหนือ รายงานว่า คิม จอง-อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ กล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาประชาชนสูงสุด โดยประกาศให้ "เกาหลีใต้" เป็นรัฐที่เป็นปรปักษ์มากที่สุด และเตือนว่าจะตอบโต้ด้วยมาตรการรุนแรงหากถูกเกาหลีใต้ยั่วยุ
ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ ยังยืนยันสถานะของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ว่า เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ และการขยายการป้องปรามทางนิวเคลียร์เพื่อป้องกันตนเอง มีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ เสถียรภาพในภูมิภาคและการพัฒนาเศรษฐกิจ
ศักดิ์ศรี ผลประโยชน์และชัยชนะขั้นสุดท้ายของประเทศ จะรับประกันได้ก็ต่อเมื่อใช้กำลังที่ทรงอำนาจที่สุดเท่านั้น ไม่ว่าศัตรูจะเลือกเผชิญหน้าหรืออยู่ร่วมกันอย่างสันติ นั่นเป็นทางเลือกของพวกเขา และเราพร้อมจะตอบโต้ทุกทางเลือก
ทั้งนี้ เกาหลีเหนือได้ประชุมหารือเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ยังไม่มีการเปิดเผยแน่ชัดว่าจะมีการบรรจุสถานะของเกาหลีใต้ ให้เป็น "รัฐที่เป็นปรปักษ์" อย่างเป็นทางการหรือไม่
ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ กล่าวอีกว่า รัฐธรรมนูญของเกาหลีเหนือได้รับการแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ และย้ำว่าเกาหลีเหนือจะยังคงเสริมสร้างสถานะของตนในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์ต่อไป รวมถึงดำเนินการอย่างแข็งขันเพื่อปราบปรามการยั่วยุใดๆ จากกองกำลังที่เป็นศัตรู
นอกจากนี้ คิม จอง-อึน ยังกล่าวพาดพิงสหรัฐอเมริกาว่า ทำการก่อการร้ายและรุกรานหลายพื้นที่ทั่วโลก แม้ว่าเขาจะไม่ได้กล่าวถึงประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ โดยตรง แต่อาจหมายถึงสงครามที่สหรัฐฯ กำลังดำเนินอยู่กับอิหร่าน
ด้านเจ้าหน้าที่กระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ ยืนยันนโยบายของรัฐบาล ในการแสวงหาหนทางปรับปรุงความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ และให้คำมั่นว่าจะพยายามอย่างต่อเนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น เช่นเดียวกับทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ที่มีท่าทีย้ำถึงความมุ่งมั่นที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติกับเกาหลีเหนือในระยะยาว
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของทำเนียบประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ระบุว่า สิ่งที่รับประกันความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองของทั้ง 2 เกาหลี ไม่ได้อยู่ที่ความเป็นปรปักษ์และการเผชิญหน้า แต่เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติผ่านการเจรจาและความร่วมมือ โดยรัฐบาลจะยังคงดำเนินนโยบายในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนคาบสมุทรเกาหลี
อ่านข่าว
“ระเบิด” โรงกลั่นน้ำมันสหรัฐฯ แปรรูปน้ำมันได้ 4 แสนบาร์เรลต่อวัน
"อิหร่าน" ปัดข่าวเจรจาสหรัฐฯ ชี้เป็นข่าวปลอมปั่นตลาดน้ำมัน-การเงิน
“บาห์เรน” เสนอ “UNSC” อนุมัติการใช้กำลัง เพื่อปกป้องการเดินเรือใน “ฮอร์มุซ”
