แท็กซี่สุวรรณภูมิ "ไม่ได้หยุดวิ่ง" แต่สู้วิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนไม่ไหว

เศรษฐกิจ
19:46
จำนวนผู้ชม 534
แท็กซี่สุวรรณภูมิ "ไม่ได้หยุดวิ่ง" แต่สู้วิกฤตน้ำมันดีเซลขาดแคลนไม่ไหว

หลังมีกระแสข่าวว่าแท็กซี่สนามบินสุวรรณภูมิหยุดวิ่งประท้วง ล่าสุดทีมข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบภาพรวมยังให้บริการปกติ แต่กลุ่ม "แท็กซี่คันใหญ่" (SUV) กำลังเผชิญวิกฤตหนัก ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง แต่คือ "ไม่มีน้ำมันให้เติม"

เปิดตัวเลขต้นทุนที่ต้องแบก : กำไรหาย รายได้หด

แท็กซี่ที่ให้บริการต้องจอดรอคิวนานถึง 3-4 ชั่วโมงต่อรอบ เพื่อรับผู้โดยสารเพียงวันละ 1-3 เที่ยวเท่านั้น เมื่อบวกกับต้นทุนที่พุ่งสูง ทำให้คนขับหลายรายเริ่มแบกรับภาระไม่ไหว โดยเฉพาะกลุ่มรถ SUV ที่ใช้ดีเซลค่าผ่อนรถ 700 - 800 บาทต่อวัน ค่าน้ำมันดีเซล: เฉลี่ย 1,000 บาทต่อวัน รวมต้นทุนเบื้องต้น ประมาณ 1,800 บาท (ยังไม่รวมค่ากินอยู่)

น้ำมันแพงพอทน แต่ไม่มีน้ำมันเติมคือพอเลย

ภาพประกอบข่าว แท็กซี่สุวรรณภูมิ

คนขับแท็กซี่ ยืนยันตรงกันว่า "ไม่ได้หยุดวิ่งประท้วง" แต่จำเป็นต้องปรับแผนการวิ่ง เพราะน้ำมันดีเซลหาเติมยาก หากรับผู้โดยสารไปส่งระยะไกล ก็เสี่ยงที่จะหาน้ำมันเติมเพื่อวิ่งกลับไม่ได้ ทำให้คนขับบางส่วนเลือกที่จะหยุดวิ่งชั่วคราวเพื่อลดความเสี่ยง

"ส่วนใหญ่ คือรถที่ใช้ดีเซลใช่ไหมครับ มันหาที่เติมยากมันต้องคำนวณ ก็ต้องเก็บน้ำมันไว้ตลอดวันพรุ่งนี้ไม่รู้ว่ามีเติมไหม อย่างผมเจอเนี่ยเมื่อเช้าผม 3 ปั๊มเมื่อวานได้เติม 5 ปั๊ม บางทีกรุงเทพฯก็ได้ 600-700 บาทก็เต็มถัง แต่ถ้าต่างจังหวัดซึ่งมันเสี่ยงมากเหลือ 300-500 บาท มันเป็นอย่างนี้ แท็กซี่สุวรรณภูมิรถใหญ่ตอนนี้ลำบากมาก สำหรับที่ใช้ดีเซลเพราะมันหายไป มันก็ทำให้การหารายได้มันน้อยลง"

ภาพประกอบข่าว แท็กซี่สุวรรณภูมิ

วิชิต วังคีรี คนขับแท็กซี่ บอกว่า ขับรถแท็กซี่มา 40 ปีแล้ว ไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ไม่มีเติมนี่เป็นครั้งแรก ถ้าไปชานเมืองก็ยาก แต่ในกรุงเทพฯถ้าในสนามบินสามารถเติมน้ำมันได้ตลอด และตอนนี้กว่าจะเติมน้ำมันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากผู้โดยสารเรียกให้ไปส่งในระยะไกล ก็กังวลว่าจะหาน้ำมันเติมไม่ได้

“ก็ต้องคิดหน่อยแล้วว่า ถ้าได้ผู้โดยสารไปต่างจังหวัด กฎของที่นี่ห้ามปฏิเสธผู้โดยสารด้วย ไปไหนก็ต้องไป ถ้าไปต่างจังหวัดผมก็ยังคิดอยู่เหมือนกัน ต้องอัดจากกรุงเทพฯไปหวังกลางทางก็คงไม่ได้ ถ้าเป็นชานเมืองผมเติมได้แค่ 300 บาท บางที่ก็ 700 บาท แต่ในสนามบินเติมเต็มได้เต็ม ถ้าไปจริง ๆ ก็ไม่พอ ก็แล้วแต่ว่าเราจะได้ไปไหน เพราะไม่พออยู่แล้ว เราใช้เป็นดีเซลอย่างเดียว”

ภาพประกอบข่าว แท็กซี่สุวรรณภูมิ

ขณะที่ สืบศักดิ์ เตชะบัญฑิต คนขับแท็กซี่ กล่าวว่า "กังวลครับ ผมคิดว่ายังไงก็คงตอนนี้ 32 กว่าบาท แล้วตกโลนึง 3 บาทกว่า แล้วมิเตอร์ผมเท่าเดิม บางครั้งไปสนามบินส่วนมากก็ไม่ได้รับข้างนอก เพราะไม่ค่อยมีใครเรียก ถ้าไปส่งก็ต้องตีเปล่า บางครั้งได้ไปสุขุมวิทไป-กลับก็ 300 กว่าบาท น้ำมันกินไป-กลับ แล้วเหลือแค่ร้อยกว่าบาท"

ไม่ใช่แค่กลุ่มดีเซลเท่านั้น แต่แท็กซี่ที่ใช้เบนซินและก๊าซ LPG แม้ต้นทุนปัจจุบันยังพอประคองตัวได้ แต่ความผันผวนของราคาพลังงานโลก ทำให้พวกเขาหวั่นใจว่า ราคาก๊าซอาจจะขยับขึ้นตามในไม่ช้า

ส่วนผู้โดยสารแสดงความกังวลว่า หากสถานการณ์น้ำมันดีเซลยังไม่คลี่คลาย อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องถึงราคาก๊าซและค่าครองชีพในอนาคต

“เวลาเดินทางในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่ใช้แท็กซี่และเรียกผ่านแอปฯ ส่วนตัวเราเข้าใจถ้าเกิดต้องปรับขึ้นราคา แต่ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยควบคุมดูแล ตอนนี้ขอแค่ไม่ต้องกังวลว่า น้ำมันเราจะไม่พอใช้ ไม่ต้องไปกักตุนอะไรมากมายแค่ใช้ให้พอ ขอให้ใช้ชีวิตปกติได้ก่อน ที่สำคัญอยากให้คุมไว้ก่อนก็จะดี”

ภาพประกอบข่าว แท็กซี่สุวรรณภูมิ

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีแท็กซี่ที่ให้บริการหมุนเวียนประมาณ 3,000 คัน มีรถที่ใช้เบนซินและแอลพีจี ประมาณ 2,800 คัน รถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 200 คัน และเป็นรถ SUV ที่ใช้ดีเซลประมาณ 30 คัน

แม้ในเชิงปริมาณ รถที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจะมีเพียง 1% ซึ่งไม่กระทบต่อภาพรวมการให้บริการผู้โดยสารในภาพใหญ่ แต่ในเชิงโครงสร้าง นี่คือ "สัญญาณเตือน" ถึงภาครัฐ ว่าปัญหาที่แท็กซี่กำลังเผชิญ ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำมันแพง แต่คือ "ภาวะน้ำมันขาดแคลน" ในบางพื้นที่ ซึ่งต้องได้รับการแก้ไขให้ตรงจุด

"อิหร่าน" แจ้งเรือไทย 1 ลำแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัย

สรุปราคาทองคำ 24 มี.ค.2569 ผันผวน 49 ครั้ง +1,400  “รูปพรรณ” ทะลุ 79,100 อีกครั้ง

สธ. เฝ้าระวังยาสำคัญ 63 รายการ เร่งเพิ่มบริการ Telemedicine ให้ได้ 30%