วันนี้ (27 มี.ค.2569) ผู้ให้บริการเรือเฟอร์รี่เส้นทาง อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี ไปยัง อ.เกาะสมุย และ อ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ปรับขึ้นค่าโดยสารเป็นรอบที่ 2 ในเดือนนี้ หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นลิตรละ 6 บาท
โดยตั้งแต่วันที่ 27 มี.ค.เป็นต้นไป ค่าโดยสารผู้โดยสารปรับจาก 180 บาท เป็น 210 บาท ส่วนรถยนต์ 4 ล้อ จาก 580 บาท เป็น 670 บาท และมีการปรับขึ้นในรถทุกประเภท
การปรับราคาครั้งนี้ ส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางของประชาชนและผู้ประกอบการเพิ่มสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นายเกรียงไกร เจ้าของรถกระบะขนส่งสินค้า ระบุว่า ต้นทุนเพิ่มทั้งค่าน้ำมันและค่าเรือ ทำให้ต้องแบกรับภาระมากขึ้น และอาจจำเป็นต้องปรับราคาค่าขนส่ง ซึ่งจะกระทบต่อผู้ว่าจ้างเป็นทอด ๆ
เรือนำเที่ยว จ.กระบี่ หยุดให้บริการนักท่องเที่ยวชั่วคราว
ส่วนที่ จ.กระบี่ เรือหางยาวนำเที่ยวที่บริเวณชายหาดนพรัตน์ธารา ต.อ่าวนาง อ.เมือง ต้องหยุดให้บริการนักท่องเที่ยวชั่วคราว เนื่องจากน้ำมันดีเซลขาดแคลน และราคาที่ปรับเพิ่มสูงขึ้น ลิตรละ 6 บาท ทำให้ต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น แต่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ทำให้รายได้ลดลง
ด้านสมาชิกสหกรณ์เรือหางยาวบริการตำบลอ่าวนาง จำกัด เปิดเผยถึงโปรแกรมทัวร์ 4 เกาะ เกาะไก่ ทะเลแหวก เกาะปอดะ อ่าวไร่เลย์ จะต้องมีค่าน้ำมันอยู่ที่ 600 บาท แต่ตอนนี้ต้นทุนสูงขึ้น ต้องจ่ายค่าน้ำมันอยู่ที่ 900 บาท แม้ว่าต้นทุนจะสูงขึ้นแต่ยังไม่สามารถขึ้นค่าบริการได้ เนื่องจากต้องผ่านมติที่ประชุมสหกรณ์ก่อน
เช่นเดียวกับ นายอธิรัตน์ ผู้ประกอบการนำเที่ยว เปิดเผยว่า แม้ราคาน้ำมันดีเซลจะปรับขึ้น แต่ไม่สามารถปรับขึ้นราคานำเที่ยวได้ เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวลดลงอย่างเห็นได้ชัด จึงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะน้ำมันทดแทนที่ใช้แทนดีเซล เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถอยู่รอดได้ในช่วงสถานการณ์วิกฤตแบบนี้
เรือโดยสารพัทยาจ่อขึ้นราคา หากราคาน้ำมันขึ้นต่อเนื่อง
บรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี แม้ว่าจะยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาใช้บริการตามปกติ
แต่ น.ส.ชลิตา บุญมาฉาย นายกสมาคมเรือเร็วโดยสารบาลีฮายพัทยา เปิดเผยว่า ตอนนี้ผู้ประกอบการเรือสปีดโบ๊ต อยู่ระหว่างการหารือเรื่องค่าโดยสาร สาเหตุจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ขึ้นครั้งเดียว 6 บาท และไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผู้ประกอบการแบกรับภาระไม่ไหว ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสาร
สิ่งที่กังวลที่สุดคือไม่อยากให้น้ำมันขาดช่วง เหมือนก่อนหน้านี้ ที่น้ำมันดีเซลหมดและรอนาน หวั่นการท่องเที่ยวจะหยุดชะงัก
ตรึงราคาค่าเรือข้ามฟาก พระประแดง-พระสมุทรเจดีย์
ที่ จ.สมุทรปราการ ผู้ประกอบการเรือข้ามฟากยังคงตรึงค่าโดยสาร แม้ราคาน้ำมันจะปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเส้นทางหลัก เช่น ท่าเรือพระสมุทรเจดีย์–ตลาดวิบูลย์ศรี และท่าน้ำพระประแดง ได้รับผลกระทบจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น รวมถึงปัญหาน้ำมันขาดแคลน
น.ส.อรทัย จันทร์ธำรง ผู้จัดการท่าเรือพระสมุทรเจดีย์ ระบุว่า ต้องใช้น้ำมันวันละ 400–500 ลิตร และต้องตระเวนหาน้ำมันเอง ทำให้ต้นทุนเพิ่ม ขณะที่จำนวนผู้โดยสารลดลง
แม้จะยังตรึงค่าโดยสารไว้ที่ 3–6 บาท แต่มีการลดจำนวนเรือในบางช่วงเวลา เพื่อลดภาระต้นทุน
ขณะที่บางรายยอมรับว่า หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นค่าโดยสารในอนาคต
นาย สิทธิพงศ์ มีวัฒนะ ผู้ประกอบการเรือข้ามฟากท่าเทียบเรือพระประแดง อีกแห่ง ระบุว่า ยังพยายามตรึงราคาที่ 4 บาท เพื่อช่วยลดภาระประชาชน แต่ยอมรับว่า หากราคาน้ำมันยังสูงต่อเนื่อง อาจต้องปรับแผนการเดินเรือ หรือพิจารณาปรับค่าโดยสารในระยะต่อไป พร้อมวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการ ที่กำลังแบกรับต้นทุนเพิ่มขึ้นอย่างหนัก
สมุทรสาคร ตรึงค่าเรือข้ามฟากไว้ที่ 3 บาท
นายชุมพล จันทร์จรัสวัฒนา นายกเทศมนตรีนครสมุทรสาคร เปิดเผยถึงสถานการณ์ภาคการขนส่ง รวมถึงการให้บริการเรือข้ามฟากในพื้นที่ ว่า แม้ราคาน้ำมันจะปรับสูงขึ้นจากปัจจัยภายนอก แต่เทศบาลได้เร่งประสานผู้รับสัมปทาน เพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้เพียงพอ
พร้อมยืนยันว่า จะตรึงค่าโดยสารเรือข้ามฟากในพื้นที่ไว้ที่ 3 บาท และกำชับให้คงจำนวนเที่ยวเรือเท่าเดิม เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเดินทางของประชาชน
ขณะที่ ร.ต.อ.วิโรจน์ คุ้มคำ ผู้ได้รับสัมปทานเดินเรือข้ามฟาก ผู้รับสัมปทานเดินเรือ ยอมรับว่า ต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลต่อการดำเนินงานโดยตรง แต่ยังคงตรึงค่าโดยสาร และให้บริการตามปกติ แต่หากราคาน้ำมันยังปรับสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจต้องหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
อ่านข่าว :
น้ำมันเขียวแตะ 40 บาท เรืออวนลากจอดสู้ต้นทุนไม่ไหว ร้อง รบ.เร่งช่วยด่วน
กองทุนน้ำมัน ประกาศปรับลดเงินอุดหนุน "ดีเซล" 16.02 บาท/ลิตร มีผล 27 มี.ค.นี้
อั้นไม่อยู่! เรือด่วนเจ้าพระยา ปรับขึ้นค่าโดยสาร 2 บาท เริ่ม 30 มี.ค.นี้
