1 เม.ย. เริ่มปรับจับจริง เข้ม 10 ข้อหาหลักสาเหตุสำคัญอุบัติเหตุ สิ้นสุด "เตือนก่อนปรับ"

สังคม
07:46
จำนวนผู้ชม 1,711
1 เม.ย. เริ่มปรับจับจริง เข้ม 10 ข้อหาหลักสาเหตุสำคัญอุบัติเหตุ สิ้นสุด "เตือนก่อนปรับ"
ตั้งแต่ 1 เม.ย.69 เป็นต้นไป เริ่มบังคับใช้กฎหมายจับ-ปรับผู้กระทำผิดกฎจราจรอย่างจริงจังทั่วประเทศ สิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" เพื่อสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัยร่วมกัน

ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นต้นไป ตำรวจเริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังสิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจราจรได้ใช้มาตรการเตือนผู้กระทำผิดกฎจราจร พร้อมบันทึกข้อมูลลงในระบบ PTM แล้วมากกว่า 196,028 ครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้และปรับพฤติกรรมผู้ใช้รถใช้ถนน

การเข้มงวดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อย้ำเตือนให้ประชาชนมี วินัยจราจร และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน

ตามสั่งการของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจร โดยได้แบ่งระยะเวลาการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ

1. ระยะสั้น (เร่งด่วน) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร การเสริมสร้างวินัยจราจร และให้ดำเนินการในห้วงระยะเวลาพอสมควร

2. ระยะกลาง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลัก และข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน

3. ระยะยาว (วางระบบ) การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงานจราจร

ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

1. ขับรถเร็วเกินกำหนด: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

2. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)

3. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม): ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท

5. ขับรถย้อนศร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เดิม 500)

6. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับและคนซ้อน): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท

8. ไม่พกใบอนุญาตขับขี่: ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน)

9. ขับขี่ขณะเมาสุรา: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

10. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี

อ่านข่าว :

เกิดเหตุยิงถล่มปลัดอำเภอจะแนะเสียชีวิต เสียชีวิต 2 คน จ.นราธิวาส

"เชียงใหม่" ประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่า 6 อำเภอ

เกิดเหตุลอบวางเพลิง รถเสียหาย 4 คัน จ.นราธิวาส