ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นต้นไป ตำรวจเริ่มบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะ 10 ข้อหาหลักที่เป็นสาเหตุของอุบัติเหตุ หลังสิ้นสุดมาตรการ "เตือนก่อนปรับ" เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2569
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจจราจรได้ใช้มาตรการเตือนผู้กระทำผิดกฎจราจร พร้อมบันทึกข้อมูลลงในระบบ PTM แล้วมากกว่า 196,028 ครั้ง เพื่อสร้างการรับรู้และปรับพฤติกรรมผู้ใช้รถใช้ถนน
การเข้มงวดดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อย้ำเตือนให้ประชาชนมี วินัยจราจร และลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ใช้รถใช้ถนน
ตามสั่งการของ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เรื่องการบังคับใช้กฎหมายจราจร โดยได้แบ่งระยะเวลาการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ คือ
1. ระยะสั้น (เร่งด่วน) มุ่งเน้นการประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายจราจร การเสริมสร้างวินัยจราจร และให้ดำเนินการในห้วงระยะเวลาพอสมควร
2. ระยะกลาง ให้บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดใน 10 ข้อหาหลัก และข้อหาที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน
3. ระยะยาว (วางระบบ) การนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการปฏิบัติงานจราจร
ทั้งนี้ ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2569 เป็นต้นไป จะเข้าสู่การบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดใน 10 ข้อหาหลัก ที่เป็นสาเหตุที่มาของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน
1. ขับรถเร็วเกินกำหนด: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)
2. ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (เดิม 1,000)
3. ไม่หยุดรถให้คนข้ามทางม้าลาย: ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
4. ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ (โดยไม่มีอุปกรณ์เสริม): ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท
5. ขับรถย้อนศร: ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท (เดิม 500)
6. ไม่สวมหมวกนิรภัย (ทั้งคนขับและคนซ้อน): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
7. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย (ทั้งคนขับและผู้โดยสาร): ปรับสูงสุดไม่เกิน 2,000 บาท
8. ไม่พกใบอนุญาตขับขี่: ปรับไม่เกิน 1,000 บาท (อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน)
9. ขับขี่ขณะเมาสุรา: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
10. ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย: ปรับ 5,000 – 20,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 1 ปี
อ่านข่าว :
เกิดเหตุยิงถล่มปลัดอำเภอจะแนะเสียชีวิต เสียชีวิต 2 คน จ.นราธิวาส
"เชียงใหม่" ประกาศเขตภัยพิบัติไฟป่า 6 อำเภอ
เกิดเหตุลอบวางเพลิง รถเสียหาย 4 คัน จ.นราธิวาส
