รู้จัก "พ.ร.ก. ปี 2516" เครื่องมือรัฐบาลรับมือวิกฤตน้ำมันโลก

ไลฟ์สไตล์
08:40
จำนวนผู้ชม 450
รู้จัก "พ.ร.ก. ปี 2516" เครื่องมือรัฐบาลรับมือวิกฤตน้ำมันโลก
เปิดกฎหมาย พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2516 ที่ให้นายกรัฐมนตรีสั่งควบคุมทั้งระบบพลังงาน ตั้งแต่โรงกลั่นจนถึงการปันส่วนน้ำมัน

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียล ก่อนถึงเส้นตายการโจมตีอิหร่านไม่ถึง 2 ชั่วโมง โดยประกาศว่าสหรัฐฯ ตกลง "หยุดยิง" กับอิหร่านเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ อิหร่านต้องเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ ทันที และปลอดภัย ซึ่งถือเป็นการ "หยุดยิง" ระหว่างทั้งสองฝ่าย

ประกาศดังกล่าวมีขึ้นเพียงประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งก่อนถึงเส้นตายที่สหรัฐฯ กำหนดให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซในเวลา 20.00 น. วันที่ 7 เม.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หรือราว 07.00 น. วันที่ 8 เม.ย. ตามเวลาไทย โดยก่อนหน้านี้ทรัมป์ขู่ว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตาม สหรัฐฯ อาจเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่าน

แม้จะเป็นเพียงการผ่อนคลายความตึงเครียดชั่วคราว แต่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งแรงกระเพื่อมต่อราคาพลังงานทั่วโลก หลายประเทศได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน โดยเฉพาะด้านพลังงาน เช่น ศรีลังกา ที่ลดวันทำงานภาครัฐเหลือสัปดาห์ละ 4 วัน เพื่อสำรองเชื้อเพลิง

ขณะเดียวกัน หลายประเทศในเอเชียออกมาตรการรัดเข็มขัดด้านพลังงาน ทั้งจำกัดการใช้รถยนต์และรณรงค์ลดใช้ไฟฟ้า ส่วนประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางราว 50% ทำให้รัฐบาลต้องเร่งออกมาตรการรับมือกับวิกฤตราคาพลังงาน

หนึ่งในเครื่องมือสำคัญคือการใช้ พระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 เพื่อบริหารจัดการสถานการณ์ โดยเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2569 คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติใช้อำนาจตามพระราชกำหนดดังกล่าว โดยให้โรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศ ปรับลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น (B7 และ B20) ลงทันที 2 บาทต่อลิตร โดยมาตรการนี้จะมีผลบังคับใช้ทันทีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา

ในช่วงที่วิกฤตพลังงานโลกกำลังถูกจับตามอง กฎหมายฉบับนี้จึงถูกพูดถึงอีกครั้ง คำถามสำคัญคือ พ.ร.ก. คืออะไร และมีสาระสำคัญอย่างไรบ้าง ชวนมาทำความเข้าใจให้มากขึ้น

อ่านข่าว : นายกฯ ให้คำมั่น 3 แนวทาง แก้วิกฤตพลังงาน ลดภาระประชาชน

รู้จัก พ.ร.ก.ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2516

พระราชกำหนดฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้ประกาศใช้ในสมัยรัฐบาลของ นายสัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรี หลังจากโลกเผชิญวิกฤตราคาน้ำมันในปี 2516 ซึ่งทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันปริมาณน้ำมันดิบที่สามารถจัดหาได้ก็ลดลงอย่างมาก

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้หลายประเทศเผชิญความเสี่ยงด้านพลังงาน และมีแนวโน้มที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงภายในประเทศจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย จนอาจนำไปสู่ภาวะขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงเห็นว่าจำเป็นต้องออกกฎหมายพิเศษ เพื่อให้รัฐสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว โดยให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจกำหนดมาตรการต่าง ๆ ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานราชการแต่ละกระทรวง ทบวง กรม แยกปฏิบัติการตามกฎหมายที่มีอยู่ ซึ่งอาจใช้เวลานานเกินไปในภาวะวิกฤต

อ่านฉบับเต็ม พ.ร.ก.ป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2516

เนื้อหาสำคัญของ พ.ร.ก. นี้ : มาตรา 3

สาระสำคัญของพระราชกำหนดฉบับนี้อยู่ที่ มาตรา 3 ซึ่งให้อำนาจนายกรัฐมนตรีออกคำสั่งเพื่อแก้ไขหรือป้องกันภาวะขาดแคลนน้ำมัน โดยครอบคลุมมาตรการหลัก 4 ด้าน ได้แก่

1. ควบคุมห่วงโซ่น้ำมันเชื้อเพลิง

รัฐบาลสามารถควบคุมกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด ตั้งแต่การผลิต การจำหน่าย การขนส่ง การครอบครอง การสำรอง รวมถึงการนำเข้าและส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

2. ควบคุมการผลิตและจำหน่ายพลังงาน

ครอบคลุมทั้งพลังงานไฟฟ้าและพลังงานรูปแบบอื่น เพื่อให้รัฐสามารถบริหารจัดการพลังงานของประเทศได้อย่างเหมาะสมในช่วงวิกฤต

3. กำหนดเงื่อนไขการใช้พลังงานในกิจกรรมต่าง ๆ

นายกรัฐมนตรีสามารถออกคำสั่งจำกัดหรือกำหนดเงื่อนไขการใช้พลังงานในหลายภาคส่วน เช่น

  • กำหนดวันเวลาและเงื่อนไขการดำเนินกิจการโรงงาน
  • กำหนดวันเวลาในการเปิดและปิดและเงื่อนไขในการดำเนินกิจการของโรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สถานบริการ ภัตตาคาร หรือสถานบันเทิงอื่น ๆ
  • กำหนดวันเวลาและเงื่อนไขในการใช้ยานพาหนะ ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะที่ใช้ในกิจการสาธารณะหรือยานพาหนะส่วนบุคคล
  • การใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคาร ในการโฆษณาและในสถานที่อื่น ๆ

4. การปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิง ในการปฏิบัติการ ให้นายกรัฐมนตรีมีอำนาจมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือคณะกรรมการซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นปฏิบัติการแทนได้ โดยจะกำหนดเงื่อนไขอย่างหนึ่งอย่างใดก็ได้

ขณะที่ มาตรา 4 ระบุว่า เมื่อนายกรัฐมนตรีได้สั่งการอย่างหนึ่งอย่างใดตามมาตรา 3 แล้ว ให้แจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบ และเมื่อได้มีการปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชกำหนดนี้ ให้นายกรัฐมนตรีแจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบเป็นระยะ ๆ

บทลงโทษตามกฎหมาย

กฎหมายยังระบุบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งของรัฐอย่างชัดเจน ได้แก่

มาตรา 8 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีซึ่งสั่งตามมาตรา 3 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 9 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่สั่งตามมาตรา 3 หรือขัดขวางหรือไม่ให้ความสะดวกแก่ผู้ที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม้พระราชกำหนดฉบับนี้จะมีอายุกว่า 50 ปี แต่ยังคงเป็นเครื่องมือทางกฎหมายสำคัญที่รัฐบาลสามารถนำมาใช้บริหารจัดการวิกฤตพลังงานของประเทศได้ในยามฉุกเฉิน สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาพลังงานโลกในอดีตและปัจจุบันยังคงมีลักษณะคล้ายคลึงกันอย่างมาก

ย้อนความทรงจำวิกฤตพลังงานโลก วิกฤตน้ำมันปี 2516

เสียงสะท้อนจากความทรงจำในวัยเด็กของนายสุชาติ ที่เกิดและเติบโตในจ.กระบี่ ย้อนกลับไปเมื่อครั้งเขาอายุราว 5 ขวบ ขณะนี้อายุ 52 บ้านเกิดริมทะเลอันดามัน ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งสำคัญของโลก

เขาเล่าว่า ในช่วงเวลานั้นรัฐบาลของ สัญญา ธรรมศักดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นได้ใช้มาตรการจำกัดเวลาเปิด-ปิด ปั๊มน้ำมัน เพื่อบริหารจัดการเชื้อเพลิงที่มีอยู่อย่างจำกัด และให้รถบางประเภทสามารถเข้าใช้บริการได้ มีเพียงรถของหน่วยงานด้านความมั่นคงหรือรถราชการบางประเภทเท่านั้น ที่สามารถเข้าไปเติมน้ำมันที่ปั๊มน้ำมันสามทหาร (ป.ต.ท.ในปัจจุบัน)

จะมีเจ้าหน้าที่คุมเข้มอยู่ที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งการควบคุมดูแลค่อนข้างเข้มงวด ในเวลานั้นตัวเมืองกระบี่มีสถานีบริการน้ำมันเพียงไม่กี่แห่ง ประมาณ 3 แห่ง ในเขตตัวเมืองกระบี่ จึงทำให้มาตรการดังกล่าค่อนข้างได้ผล

วิกฤตน้ำมันในช่วงเวลานั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพียงในประเทศไทย แต่เป็นผลกระทบจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก โดยมีชนวนสำคัญจาก สงครามยมคิปปูร์ (Yom Kippur War) (ในเดือน ต.ค.2516) เมื่อกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอาหรับ (OAPEC) ลดกำลังการผลิตและห้ามส่งออกน้ำมันไปยังตะวันตกที่สนับสนุนอิสราเอล ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าตัว

มาตรการดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นกว่า 4 เท่าตัว ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจโลก รวมถึงประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับภาวะน้ำมันแพง ราคาน้ำมันดีเซลในไทยปรับราคาขึ้น โดยน้ำมันเบนซินปรับขึ้นมากกกว่า 50% ขณะที่ ดีเซลปรับราคาขึ้นมากกว่า 100% โดยในช่วงปี 2516-2517 ซึ่งถือเป็นวิกฤตพลังงานครั้งแรกและครั้งสำคัญในประเทศไทย

อ้างอิงข้อมูล : กระทรวงพลังงาน

ประสานสัตวแพทย์ ตรวจรักษา “พลายบิด” ขาหลังขวาบวม-เดินกะเผลก

UNSC หารือเปิด "ฮอร์มุซ" เรียกร้อง "อิหร่าน" ยุติการปิดเส้นทาง

จับตาภูมิรัฐศาสตร์-เงินเฟ้อสหรัฐฯ กรุงศรีเผยเงินบาทซื้อขาย 32.30-33.00