สันปูเลย สืบจาก "กองขยะ" ที่มาขยะจร หาคนมักง่ายทิ้งข้ามเขต

ภูมิภาค
09:50
จำนวนผู้ชม 802
สันปูเลย สืบจาก "กองขยะ" ที่มาขยะจร หาคนมักง่ายทิ้งข้ามเขต
เชียงใหม่ เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามและธรรมชาติ แต่กำลังเผชิญปัญหา "ขยะจร" หรือ ขยะนอกระบบที่ถูกนำมาทิ้งตามริมทางหลวงและพื้นที่สาธารณะ กลายเป็นภาระหนักสำหรับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เจ้าหน้าที่ฝ่ายงานต่างๆ ของเทศบาลสันปูเลย อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ กว่า 200 คน ระดมกำลังเข้าเก็บขยะบริเวณริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 121 หรือ ถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่ หลังพบว่ามีประชาชนนอกพื้นที่ และ ผู้สัญจร ทิ้งขยะลงริมทางจนตกค้างจำนวนมาก บางส่วนเป็นถุงพลาสติก ขวดน้ำ ที่เหลือจากการบริโภค บางส่วนเป็นถุงดำบรรจุขยะที่ตั้งใจนำมาทิ้ง รวมถึงขยะเศษวัสดุการก่อสร้าง แต่ละครั้งสามารถเก็บขยะได้มากกว่า 400-500 กิโลกรัม

ภาพประกอบข่าว สันปูเลย สืบจาก

เจ้าหน้าที่ได้นำถุงขยะมารื้อค้น เพื่อหาความเชื่อมโยงถึงที่มาของ"ขยะจร" และพบเอกสารการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ซึ่งระบุชื่อและที่อยู่ชัดเจน จึงทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าของขยะเหล่านั้น พร้อมประสานงานแจ้งไปยังเทศบาลตามที่อยู่ เพื่อให้รับทราบและตักเตือนลูกบ้านของตนเอง ว่าเป็นที่มาของ "ขยะจร" ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และ ภาพลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

ภาพประกอบข่าว สันปูเลย สืบจาก

เจ้าหน้าที่กองงานสาธารณสุขบอกว่า ขยะของประชาชนในตำบลสันปูเลยจะมี สติ๊กเกอร์ ติดที่ถุงดำเพื่อยืนยันว่าได้ชำระค่าธรรมเนียมการเก็บขยะแล้ว ทำให้แยกแยะได้ง่ายว่าขยะชิ้นไหนถูกนำมาแอบทิ้งจากนอกพื้นที่ และ นอกจากถนนวงแหวนรอบ 3 เชียงใหม่ ตำบลสันปูเลย ยังมีถนนทางหลวงชนบท และ ถนนของ อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งพบปัญหาขยะจรไม่ต่างกัน จึงต้องนำพนักงานเจ้าหน้าที่ช่วยจัดเก็บขยะทุกๆ วันพุธ

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย

สาธิต คำหน่อแก้ว นายกเทศมนตรีตำบลสันปูเลย ระบุว่า ปัญหาขยะจร และ ขยะตกค้างในพื้นที่เกิดจากการขาดระเบียบวินัยของคนบางกลุ่ม โดยเฉพาะในพื้นที่สาธารณะของตำบลสันปูเลยที่มีกว้างกว่า 11,875 ไร่ ครอบคลุม 15 หมู่บ้าน มีทั้งประชากรตามทะเบียนราษฎร์กว่า 19,000 คน และประชากรแฝงอีกกว่า 20,000 คน ทำให้การควบคุมจัดการเป็นไปได้ยาก

ภาพประกอบข่าว สันปูเลย สืบจาก

นายสาธิตอธิบายเสริมว่า ถนนสายหลักในพื้นที่อย่างถนนวงแหวนรอบ 3 มีหน่วยงานรับผิดชอบถึง 4 ส่วน ทั้งแขวงทางหลวง ทางหลวงชนบท และ อบจ.เชียงใหม่ ซึ่งแต่ละจุดอยู่ห่างไกลจากสำนักงานหน่วยงานเหล่านั้น ทางเทศบาลสันปูเลยจึงไม่อาจนิ่งนอนใจ และได้ขับเคลื่อนนโยบาย “เชียงใหม่ เมืองสะอาด ถนนสวย ดอกไม้งาม” ของจังหวัด ด้วยการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ทุกวันพุธ ระดมกำลังเจ้าหน้าที่และชาวบ้านลงพื้นที่ดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย

เราสังเกตว่าขยะมักจะเยอะในจุดที่หญ้ารก เพราะความรกกลายเป็นที่กำบังให้คนมักง่ายกินแล้วโยนทิ้งลงพงหญ้าจนมองไม่เห็น เทศบาลจึงตัดสินใจลงทุนซื้อเครื่องตัดหญ้าไฮดรอลิคมาเคลียร์ไหล่ทางให้เตียนที่สุด เพื่อลดโอกาสการลักลอบทิ้งขยะ ขณะเดียวกันต้องแบกรับภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงในการขนขยะไปทิ้งที่อำเภอฮอด ซึ่งมีระยะทางไกลมาก ปัจจุบันต้องจ่ายค่าน้ำมันเดือนละกว่า 50,000 บาท บางเดือนพุ่งสูงถึงเกือบ 1 แสนบาท เพราะรถขยะต้องวิ่งเกือบทุกวัน

มุมมองเชิงนโยบาย: ช่องโหว่ของระบบจัดการขยะ

อาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)

อาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่)

อาวีระ ภัคมาตร์ ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) อธิบายภาพรวมสถานการณ์ขยะในจังหวัดเชียงใหม่ข้อมูลล่าสุด ปี 2568 มีขยะเกิดขึ้นเฉลี่ยสูงถึง 1,522 ตันต่อวัน แม้ว่าจะมีการจัดการอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการประมาณ 78% ผ่านบ่อฝังกลบมาตรฐาน 3 แห่งหลัก ของ อบจ.เชียงใหม่, อ.ฝาง และ บ่อขยะเอกชนที่ อ.ฮอด รวมถึงมีการคัดแยกขยะรีไซเคิลไปใช้ประโยชน์ได้กว่า 550 ตันต่อวัน แต่ยังคงมีขยะอีกถึง 22% หรือประมาณ 328 ตันต่อวัน ที่ยังถูกจัดการไม่ถูกวิธี

ภาพประกอบข่าว สันปูเลย สืบจาก

ขยะจำนวนมหาศาลนี้มักเล็ดลอดไปสู่พื้นที่สาธารณะ เช่น ริมถนน ป่าสาธารณะ หรือที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นจุดอับสายตา โดยช่องโหว่สำคัญ ก็คือ ระบบการจัดเก็บขยะในปัจจุบัน ที่อาจทำให้เกิดขยะตกค้าง

รูปแบบการจัดการของ อปท. หลายแห่ง มีทั้งจัดเก็บเอง และ จ้างเหมาเอกชน โดยประชาชนต้องชำระค่าธรรมเนียมเพื่อรับสติ๊กเกอร์มาติดที่ถุงขยะ ปัญหาคือถุงขยะที่ไม่มีสติ๊กเกอร์มักจะไม่ถูกเก็บ ทำให้เกิดขยะตกค้างในพื้นที่ และกลายเป็นแรงจูงใจให้คนนำขยะเหล่านั้นไปลักลอบทิ้งตามที่สาธารณะ

ผู้อำนวยการสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) ย้ำว่า ทางออกที่ยั่งยืนคือ อปท. ควรหารือกับผู้รับเหมาเอกชนเพื่อจัดเก็บขยะส่วนเกินทั้งหมดไม่ให้เหลือตกค้าง ควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ครัวเรือนคัดแยกขยะอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง เพื่อลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง และ ป้องกันไม่ให้ขยะเหล่านี้ ทำลายภาพลักษณ์เมืองท่องเที่ยวของเชียงใหม่ในระยะยาว

ภาพประกอบข่าว สันปูเลย สืบจาก

สำหรับสถานการณ์ขยะในพื้นที่ของ สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) รวม 4 จังหวัด ได้แก่ จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ลำพูน ภาพรวมมีขยะเกิดขึ้น 3,094 ตันต่อวัน กำจัดอย่างถูกต้อง 1,046 ตันต่อวัน และ นำไปใช้ประโยชน์ 1,312 ตันต่อวัน เหลือขยะที่กำจัดไม่ถูกต้อง 735 ตันต่อวัน หรือ คิดเป็นร้อยละ 23 โดย จ.ลำพูน มีการกำจัดขยะมูลฝอยอย่างถูกต้องตามหลักสุขาภิบาลสูงที่สุด ร้อยละ 44 ขณะที่ จ.แม่ฮ่องสอนมีการกำจัดขยะไม่ถูกต้องสูงที่สุดร้อยละ 38 ของขยะทั้งหมด

รายงาน : พยุงศักดิ์ ศรีวิชัย ผู้สื่อข่าวอาวุโสไทยพีบีเอส ศูนย์ข่าวภาคเหนือ