เรียกร้องนายกฯ สั่งย้าย "แม่ทัพภาค 4" ปมกล่าวหา รร.ปอเนาะ-ตาดีกา

ภูมิภาค
20:20
จำนวนผู้ชม 1,490
เรียกร้องนายกฯ สั่งย้าย "แม่ทัพภาค 4" ปมกล่าวหา รร.ปอเนาะ-ตาดีกา
สมาคมสมาพันธ์ รร.เอกชนภาคใต้ เรียกร้องย้าย มทภ.4 ออกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ปมกล่าวหา รร.ปอเนาะ - ตาดีกา เป็นแหล่งบ่มเพราะความรุนแรง ด้าน มทภ.4 แจงการพาดพิงโรงเรียนสอนศาสนาไม่ใช่การเหมารวม ชี้การให้สัมภาษณ์ไม่มีเจตนาท้าทายและตั้งใจเข้ามาแก้ปัญหา

วันนี้ (15 เม.ย.2569) สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ในฐานะผู้แทนสถาบันการศึกษาปอเนาะและโรงเรียนตาดีกาในภาคใต้ ร่วมประชุมกำหนดท่าทีต่อกรณี พล.ท.นรทิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ที่กล่าวหาว่าเป็นแหล่งบ่มเพาะความรุนแรง ซึ่งมองว่าเป็นการบิดเบือนและด้อยค่าสถาบันปอเนาะ

นายขดดะรี บินเซ็น นายกสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ ระบุว่า การให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยแม่ทัพภาคที่ 4 แสดงถึงความไม่เข้าใจต่อบริบทของพื้นที่อย่างรุนแรง และกระทบต่อความสงบสุขของจังหวัดชายแดนใต้ จึงเสนอให้นายกฯ สั่งย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 ออกจากพื้นที่ทันที

หลังจากนี้ตัวแทนสมาคมฯ จะยื่นหนังสือต่อเลขาธิการ ศอ.บต. ขอให้ย้ายแม่ทัพภาคที่ 4 และยื่นหนังสือต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกฯ รวมถึงยื่นหนังสือต่อนายกฯ ที่จะลงพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ในวันที่ 17 เม.ย.นี้

ภาพประกอบข่าว เรียกร้องนายกฯ สั่งย้าย

แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันไม่มีเจตนาพาดพิงแบบเหมารวม

ขณะที่แม่ทัพภาคที่ 4 ชี้แจงกับไทยพีบีเอส ว่า การพาดพิงสถาบันปอเนาะและโรงเรียนตาดีกา เป็นเพียงการกล่าวถึงสถาบันบางแห่งเท่านั้น ไม่ใช่การเหมารวมทั้งหมด เพราะมีข้อมูลว่าบางโรงเรียนหรือครูบางคน สอนโดยใช้ทัศนคติของตัวเอง

พร้อมระบุว่า ยังยืนยันเหมือนเดิมว่าเรื่องนี้ กอ.รมน.ชุดใหญ่ และกระทวงศึกษาธิการต้องเข้าไปกำกับดูแล เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบที่ต้นเหตุ ซึ่งการลงพื้นที่ของนายกฯ ในวันที่ 17 เม.ย.นี้ จะเสนอรายละเอียดเรื่องนี้ต่อนายกฯ ด้วย

ภาพประกอบข่าว เรียกร้องนายกฯ สั่งย้าย

"สุณัย" ตั้งคำถามตั้งคนนอกพื้นที่ ขาดความเข้าใจบริบทหรือไม่

ด้านนายสุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย เห็นว่า การพาดพิงสถาบันสอนศาสนาแบบเหมารวม อาจทำให้เกิด "แนวร่วมตีกลับ" เพราะไม่ใช่ทุกโรงเรียนที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มก่อความไม่สงบ นอกจากนี้ยังตั้งคำถามถึงการแต่งตั้งผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่มาจากนอกพื้นที่ ว่าอาจขาดความเข้าใจบริบทปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้หรือไม่

ทั้งนี้ ในการแถลงข่าวความคืบหน้าคดียิง สส.ประชาชาติ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา มีช่วงหนึ่งที่แม่ทัพภาคที่ 4 ปิดไมค์ และอ้างความเห็นส่วนตัวในลักษณะที่ว่า หากทหารเป็นผู้ก่อเหตุ ผู้เสียหายคงไม่รอดชีวิต ซึ่งต่อมามีเพจในโซเชียลมีเดียจำนวนมากโจมตีผู้สื่อข่าวที่ทำหน้าที่ตั้งคำถาม

ล่าสุด สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์ถึงการใช้ปฏิบัติการข่าวสาร (IO) คุกคามสื่อมวลชน โดยยืนยันว่าผู้สื่อข่าวมีสิทธิและหน้าที่โดยสมบูรณ์ในการตั้งคำถาม ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่ "คำถาม" ของผู้สื่อข่าว แต่อยู่ที่ท่าทีของผู้มีอำนาจ โดยปัญหาการใช้ไอโอโดยหน่วยงานความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกวิพากษ์วิจารณ์มานาน ซึ่งขณะนี้ยกระดับเป็นการคุกคามสื่อ เป็นการละเมิดเสรีภาพสื่ออย่างร้ายแรง และเป็นความพยายาม "ปิดปากสื่อ" ด้วยวิธีการที่ตรวจสอบได้ยาก แต่สร้างความเสียหายแก่สังคม

นอกจากนี้ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์ฯ ยังประณามพฤติกรรมดังกล่าว และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและหยุดการใช้นโยบายที่สร้างความแตกแยก

อ่านข่าว

สมาคมนักข่าวฯ จี้หยุดใช้ IO คุกคามสื่อตั้งคำถาม มทภ.4 เหตุยิง สส.นราฯ

แม่ทัพ 4 ปิดไมค์ "ทำจริง-ไม่รอด" เรียกทัวร์ปมยิง "กมลศักดิ์" สส.นราฯ

นายกฯ คาดโทษบิ๊ก ขรก.เกียร์ว่าง ลั่น​มีอำนาจสั่งย้ายได้หมด