เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2569 สำนักข่าว CNN รายงาน มีการยืนยันผ่านแถลงการณ์ทำเนียบขาวว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีกำหนดการร่วมอ่านคัมภีร์ไบเบิลในกิจกรรมอ่านพระคัมภีร์ตลอด 1 สัปดาห์ "America Reads The Bible" ในวันที่ 21 เม.ย. เวลา 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น (ตรงกับเวลา 05.00 น. วันที่ 22 เม.ย. เวลาประเทศไทย) โดยเป็นการอ่านพระคัมภีร์ผ่านไลฟ์สด ส่งตรงจากห้องทำงานรูปไข่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา
ข้อความที่ทรัมป์เลือกนำมาอ่านคือ 2 พงศาวดาร 7:11-22 โดยเฉพาะบทที่ 14 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับการถ่อมใจลงสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้า เพื่อขอการอภัยบาปและเยียวยาแผ่นดิน โดยข้อคัมภีร์นี้เป็นที่คุ้นเคยอย่างดีในกลุ่มกลุ่มคริสเตียนอีแวนเจลิคัล (Evangelical) และเคยถูกนำมาใช้ปลุกระดมในเหตุการณ์จลาจลที่รัฐสภาเมื่อปี 2564 นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์มองว่า การหยิบยกคัมภีร์นี้ขึ้นมาเป็นการพยายามสร้างความชอบธรรมให้แก่ชาติผ่านพระประสงค์ของพระเจ้า
การเคลื่อนไหวครั้งนี้ เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทรัมป์กำลังเผชิญกับมรสุมศรัทธา หลังจากที่เขามีข้อพิพาทรุนแรงกับ "สมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14" ผู้นำคริสตจักรคาทอลิก ที่ออกมาคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่าน โดยทรัมป์ได้โต้กลับอย่างเผ็ดร้อนว่า เขาไม่ใช่แฟนคลับของโป๊ปพระองค์นี้ และไม่เห็นด้วยที่โป๊ปเพิกเฉยต่อประเด็นอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่โป๊ปเลโอก็ยันกลับว่า ไม่มีความเกรงกลัวต่อรัฐบาลทรัมป์แม้แต่น้อย
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังต้องรับมือกับเสียงวิจารณ์จากฐานเสียงตนเอง กรณีการโพสต์ภาพที่สร้างจาก AI ที่แสดงภาพตัวเขาในลักษณะที่คล้ายกับพระเยซูคริสต์ แม้ต่อมาจะลบภาพดังกล่าวทิ้งไป แต่ทรัมป์ได้ออกมาแก้ต่างกับสื่อมวลชนว่า เขาเข้าใจผิด คิดว่าภาพนั้นสื่อถึงตัวเขาในฐานะ "แพทย์" ของสภากาชาด ที่กำลังรักษาผู้คนให้มีอาการดีขึ้น
บันนี พาวน์ ประธานองค์กร Christians Engaged ซึ่งเป็นผู้จัดงาน ระบุว่า ต้องการให้ "บุคคลพิเศษ" อ่านบทนี้ จึงมอบให้ทรัมป์โดยเฉพาะ ขณะที่ แอนน์ เกรแฮม ล็อตส์ ลูกสาวของ บิลลี เกรแฮม เคยอ้างถึงข้อพระคัมภีร์นี้หลังทรัมป์ชนะเลือกตั้งปี 2559 ว่าเป็นสัญญาณจากพระเจ้า
อย่างไรก็ตาม มาร์กาเร็ต ซูซาน ทอมป์สัน ศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์และรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซีราคิวส์ สหรัฐฯ วิเคราะห์ว่า แม้ผู้นำสหรัฐฯ ในอดีต เคยนำความเชื่อทางศาสนามาใช้ในการทำงาน แต่ทรัมป์กำลังทำให้ศาสนาคริสต์กลายเป็น "บรรทัดฐาน" หรือข้อบังคับสำหรับทั้งประเทศ ซึ่งอาจสร้างปัญหาเรื่องการแยกศาสนาออกจากรัฐ
ในการอ่านพระคัมภีร์ครั้งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมด้วย เช่น รมว.ต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ, รมว.กลาโหม พีท เฮกเสธ และหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว ซูซี ไวส์
ความพยายามในการทำลายเส้นแบ่งระหว่าง "ศาสนจักร" และ "รัฐ" เห็นได้ชัดเจนขึ้น นับตั้งแต่ทรัมป์กลับเข้าดำรงตำแหน่ง โดยมีการขอให้ประชาชนสวดภาวนาสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง และมีการใช้ข้อความจากคัมภีร์ไบเบิลในโซเชียลมีเดียทางการของรัฐบาล รวมถึงในกระทรวงกลาโหม โดย พีท เฮกเซธ ได้ผลักดันเรื่องนี้อย่างสุดตัว ถึงขั้นเปรียบเทียบนักข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์สงครามอิหร่านว่าเป็น "กลุ่มฟาริสี" หรือพวกอีลิทในสมัยโบราณที่คอยจับผิดพระเยซู
อ่านข่าว :
ช่วยชีวิต "โลมากระโดด" เกยตื้นภูเก็ต มีอาการอ่อนแรง-ภาวะขาดน้ำ
ค่าฝุ่น PM 2.5 ภาคเหนือ ระดับสีแดง 17 พื้นที่ - เชียงใหม่ อันดับ 4 เมืองมลพิษโลก
ไฟป่าภาคเหนือ จุดความร้อน 1,518 จุด ป่าอนุรักษ์กลายเป็นพื้นที่สีแดง
