"แอมเนสตี้" ประณาม 3 ผู้นำ ที่อยู่เบื้องหลังสงคราม และละเมิดสิทธิมนุษยชน

ต่างประเทศ
14:30
จำนวนผู้ชม 1,200
"แอมเนสตี้" ประณาม 3 ผู้นำ ที่อยู่เบื้องหลังสงคราม และละเมิดสิทธิมนุษยชน
Botnoi Voice
กลุ่มสิทธิมนุษยชนระดับโลก "แอมเนสตี้" กล่าวประณาม 3 ผู้นำประเทศ "ทรัมป์-เนทันยาฮู-ปูติน" ที่อยู่เบื้องหลังสงครามทำลายล้าง เป็นแรงบันดาลใจให้รัฐอื่นๆ กระทำการละเมิดสิทธิมนุษยชน

วันนี้ (21 เม.ย.2569) สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า องค์กรสิทธิมนุษยชนโลก "แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชันแนล" กล่าวว่า ผู้นำของ อิสราเอล รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา กำลังเป็นผู้นำในการทำลายสิทธิมนุษยชนทั่วโลก โดยอธิบายว่าผู้นำของทั้ง 3 ประเทศเป็น "นักล่าที่ตะกละตะกลาม" ที่มุ่งมั่นที่จะครอบงำทางเศรษฐกิจ และการเมือง

"เรากำลังเผชิญกับสภาวะการณ์โลกที่เอื้อให้ความโหดร้ายทารุณ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้ถูกสั่งสมมาอย่างยาวนาน" นี่คือส่วนหนึ่งของรายงานสรุปสถานการณ์สิทธิมนุษยชนทั่วโลกโดย อักเนส คัลลามาร์ด ผู้นำองค์กรสิทธิมนุษยชนระดับโลก

ผู้นำองค์กรสิทธิมนุษยชนโลก กล่าวด้วยว่า รัฐบาลส่วนใหญ่ มักยอมอ่อนข้อให้กับผู้ล่ามากกว่าจะเผชิญหน้ากับพวกเขาและบางครั้ง ก็ยังคิดที่จะเลียนแบบการกระทำดังกล่าวด้วย

สำหรับ 3 ผู้นำประเทศ ที่ถูกประณาม ประกอบด้วย เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล, โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผู้มีส่วนต่อสงครามในตะวันออกกลางในขณะนี้ และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย ที่ส่งกองกำลังเข้าไปในยูเครน เมื่อปี 2022

"แอมเนสตี้" ประณาม 3 ผู้นำ ที่อยู่เบื้องหลังสงคราม และละเมิดสิทธิมนุษยชน

"แอมเนสตี้" ประณาม 3 ผู้นำ ที่อยู่เบื้องหลังสงคราม และละเมิดสิทธิมนุษยชน

"พฤติกรรมของพวกเขา กระตุ้นให้ผู้ที่สนใจจะทำพฤติกรรมคล้ายคลึงกันกล้ามากขึ้น มันทำให้เกิดการเลียนแบบเพิ่มมากขึ้นทั่วโลก และดังนั้นสิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ จึงรุนแรง และดุเดือดกว่าที่เราต้องเผชิญเมื่อ 3 หรือ 4 ปีก่อนมาก" คัลเลอร์มาร์ด กล่าว

รายงานข่าวระบุว่า รายงานของแอมเนสตี้ในครั้งนี้มีความยาวถึง 400 หน้า โดยมีการบันทึกการโจมตีเสรีภาพพลเมืองขั้นพื้นฐานในประเทศส่วนใหญ่ ตั้งแต่อัฟกานิสถาน ไปจนถึงประเทศซิมบับเว และพบการปฏิบัติแบบเผด็จการ เริ่มทวีความรุนแรงขึ้นทั่วโลก

การโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ และอิสราเอล คร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 3,000 คน ขณะที่การโจมตีของอิสราเอลในเลบานอน ก็คร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 2,400 คน ในฉนวนกาซา จำนวนผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันจากการโจมตีของอิสราเอลตั้งแต่เดือนตุลาคม 2023 เกิน 72,500 คนแล้ว เนื่องจากดินแดนที่ถูกทำลายล้างยังคงถูกคุกคาม จากการโจมตีทางอากาศของอิสราเอลอย่างต่อเนื่อง ส่วนในยูเครน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 15,000 คน นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มรุกราน อย่างเต็มรูปแบบเมื่อกว่า 4 ปีที่แล้ว

รายงานของแอมเนสตี้ ระบุอีกว่า ยังมีโอกาสที่จะมองโลกในแง่ดีอยู่บ้าง โดยยกตัวอย่างช่วงเวลาแห่งการต่อต้าน เช่น การประท้วงที่นำโดยคนรุ่น Gen Z, จำนวนรัฐที่เข้าร่วมคดีของแอฟริกาใต้ ต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของอิสราเอล ในศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) เพิ่มมากขึ้น, ข้อกล่าวหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ICC) ต่ออดีตประธานาธิบดี โรดริโก ดูเตอร์เต แห่งฟิลิปปินส์, ศาลพิเศษของสภาแห่งยุโรป สำหรับอาชญากรรมการรุกรานยูเครน และหมายจับของ ICC ต่อผู้นำตาลีบัน 2 คน ในข้อหาการข่มเหงรังแกบนพื้นฐานของเพศ

อ่านข่าว

"ทรัมป์" ยันปิดล้อมฮอร์มุซ-ส่งสัญญาณไม่ต่อเวลาหยุดยิงกดดันอิหร่าน

"อิหร่าน" ลั่นไม่เจรจาภายใต้การข่มขู่ พร้อมเปิดไพ่ใบใหม่ในสนามรบ

ผู้นำอิหร่านตั้งคำถาม "ทรัมป์เป็นใคร ?" ถึงมีอำนาจลิดรอนสิทธิ์นิวเคลียร์ผู้อื่น