"แป้ก" อีกหนึ่งคดีฮั้ว สว. "อาถรรพณ์" หรือใครไม่กล้าแตะ

การเมือง
16:26
จำนวนผู้ชม 1,170
"แป้ก" อีกหนึ่งคดีฮั้ว สว. "อาถรรพณ์" หรือใครไม่กล้าแตะ
Botnoi Voice

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หรือศาลปราบโกง ยกฟ้อง นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ที่ยื่นฟ้อง นายอิทธิพร บุญประคอง อดีตประธาน กกต. พร้อมกรรมการเลือกตั้งขณะนั้นยกชุด รวมทั้ง นายเสวง บุญมี เลขาฯ กกต. รวม 8 คน

ความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีการดำเนินคดีฮั้ว สว. ล่าช้า ผลวินิจฉัยที่ออกมา ไม่ได้ชี้ว่าผิดหรือถูก แต่เป็นเรื่อง ผู้ร้องไม่มีอำนาจฟ้อง ต้องอัยการสูงสุดเท่านั้น

ถือเป็นหนึ่งในหลายสำนวนคดี ฮั้วเลือก สว.ที่มีขึ้นเมื่อปี 2567 และมีผู้คนจำนวนไม่น้อย รวมทั้งนักสังเกตการณ์การเมือง ผู้สมัคร สว. รวมถึงกลุ่มสว.สำรอง ที่สงสัยค้างคาใจตั้งแต่เริ่มรับสมัครเป็นต้นมา ว่าขาดความโปร่งใส มีการฮั้วที่ทำเป็นกระบวนการเกิดขึ้น

ก่อนขยายผลไปเป็นอีกหลายคดีตามมา มีการแจ้งความและฟ้องเป็นคดีหลายคู่กรณี มียื่นเรื่องให้ตรวจสอบเรื่องนี้ไปยังหลายองค์กร มียื่นถอดถอน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรัฐมนตรีกลาโหม กับ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรียุติธรรม ในขณะนั้น เพราะแทรกแซง และบีบให้ดีเอสไอเข้ามาทำคดีนี้ด้วย ในส่วนการฟอกเงิน และอั้งยี่

ที่จริง ดีเอสไอ แสดงท่าทีแข็งขันเอาจริงตั้งแต่แรกที่รับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ มีรวบรวมพยานเพื่อสอบปากคำมากถึง 1,200 คน ใน 45 จังหวัด มีระบุพบหลักฐานเส้นเงินเชื่อมโยงไปถึงผู้เกี่ยวข้องและถูกกล่าวหา รวมทั้ง มีจำลองเหตุการณ์โดยใช้เอไอเข้ามช่วย ในสถานที่ใช้ในการเลือก สว.ระดับประเทศจริง มั่นอกมั่นใจว่าเอาคนผิดมาดำเนินคดีได้แน่

แต่เมื่อมีการเปลี่ยนพรรคที่เป็นแกนนำรัฐบาล จากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคภูมิใจไทย ความคืบหน้าคดีที่ดีเอสไอรับผิดชอบ หยุดอยู่ที่สรุปสำนวนส่งฟ้อง 8 คน เป็น สว. 2 คน และอีก 6 คนเป็นเครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ แต่อัยการตีกลับ ให้ไปสอบปากคำเพิ่มเติม

ที่เพิ่มใหม่ มีเพียงการออกโรงยืนยันของดีเอสไอ ว่าจะเดินหน้าลุยต่อ แม้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต.จะมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นควรให้ ยกคำร้องคดีฮั้วเลือก สว.โดยย้ำว่า ไม่มีผลต่อการดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน ของ DSI

มติของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยข้อโต้แย้ง ชุดดังกล่าว ยังถือเป็นความคืบหน้าล่าสุด ในสำนวนคดีที่ กกต.และดีเอสไอ ร่วมกันทำความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. โดยสิ้นสุดที่ เตรียมนำเสนอเข้าที่ประชุมใหญ่ กกต. ที่มี นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ เป็นประธาน กกต.คนใหม่ เพื่อมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ

หากเห็นชอบด้วย จะส่งผลให้ 229 คน ที่ กกต.เคยออกหมายเรียก ประกอบด้วย สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน และนักการเมือง และเครือข่ายพรรคการเมืองใหญ่ค่ายสีน้ำเงิน อีก 91 คน พ้นผิดจากข้อกล่าวหา

ในจำนวนนี้ มีชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และ รัฐมนตรีมหาดไทย รวมทั้งรัฐมนตรีใน ครม.อนุทิน 2 อีก 11 คน รวมอยู่ด้วย

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เรื่องไปไม่ถึงไหน อาจมาจากกลุ่ม สว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ ไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง และศาลปกครองสูงสุด เมื่อ 16 มี.ค.2569 ให้มีคำสั่งระงับ ห้ามมิให้ กกต.นำผลการสอบสวนคดีฮั้ว สว.ของคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวไปพิจารณา เพราะการตั้งอนุกรรมการดังกล่าว ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และตั้งเกินกรอบเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ยังอาจเป็นไปได้ที่ กกต.เกรงว่า หากเห็นชอบตามมติดังกล่าว จะเป็นเรื่องที่ผู้คนในสังคมรับไม่ได้ และจะนำไปสู่กระแสวิพากษ์วิจารณ์และทัวร์ลง กกต. อย่างรุนแรงต่อเนื่อง หลังจาก กกต. ไม่เป็นที่เชื่อมั่นของผู้คนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ล่าสุด เรื่องเลือกตั้งและนับคะแนน สส. และปมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง

ล้วนแต่เป็นเรื่องที่ กกต.ไม่สามารถอธิบายให้ผู้คนยอมรับและเข้าใจในมติหรือบทสรุปจาก กกต.ได้

คดีฮั้วเลือก สว. จึงยังเป็นชนักติดหลัง ที่ กกต.จะเดินหน้าต่อก็ไม่ได้ จะถอยหลังก็ไม่ได้

แต่ครั้นจะยื้อต่อไป จะลากยาวไปได้ไกล และสุดท้าย จะกล้า "ลุยไฟ" กับมติที่ชี้ขาดที่ กกต.ใหญ่ต้องมี หรือไม่ ขึ้นอยู่กับ กกต.เอง

วิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโส

อ่านข่าว

ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง 8 กกต.คดีฮั้วเลือก สว.ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจ

พิสิษฐ์เสนอหั่นสภา! เลิกปาร์ตี้ลิสต์-ลดจำนวน สว. ประหยัดงบ 150 ล้าน/ปี