ครม.ญี่ปุ่นไฟเขียว นโยบายส่งออกอาวุธ

ต่างประเทศ
17:30
จำนวนผู้ชม 542
ครม.ญี่ปุ่นไฟเขียว นโยบายส่งออกอาวุธ
คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น มีมติรับรองนโยบายการส่งออกอาวุธแล้ว ถือเป็นไฟเขียวด่านสุดท้ายในการปรับแก้รัฐธรรมนูญ ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ครั้งสำคัญ จากที่ระบุห้ามญี่ปุ่นส่งออกอาวุธร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คน

วันนี้ (21 เม.ย.2569) สำนักข่าวเอพีรายงาน โดยอ้างอิงคำแถลงต่อสื่อมวลชนของ มิโนรุ คิฮารา หัวหน้าเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นว่า คณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นมีมติรับรองนโยบายส่งออกอาวุธแล้ว โดยนโยบายนี้นอกจากจะรับประกันความปลอดภัยของญี่ปุ่นแล้ว ยังส่งผลดีต่อสันติภาพ-เสถียรภาพในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก และประชาคมโลกโดยรวมด้วย ท่ามกลางสภาพการณ์รอบ ๆ ญี่ปุ่นที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

คิฮารา แถลงด้วยว่า ภายใต้นโยบายใหม่นี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะส่งเสริมการถ่ายโอนยุทโธปกรณ์ เพื่อสร้างเสริมความมั่นคงปลอดภัยภายในภูมิภาค ซึ่งเป็นที่ปรารถนาของญี่ปุ่น ควบคู่กับการพัฒนาฐานอุตสาหกรรมที่จะสนับสนุนความยืดหยุ่นในการทำศึกด้วย

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ภาครัฐญี่ปุ่นแถลงเพิ่มเติมว่า ญี่ปุ่นจะยังคงยึดมั่นในหลักการในการตรวจสอบ และควบคุมการส่งออกอาวุธแก่ประเทศที่ 3 อย่างเข้มงวด โดยจะไม่ส่งออกอาวุธร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนได้แก่ประเทศใด ๆ ที่อยู่ในช่วงการทำศึก ถึงแม้อาจจะมีการพิจารณายกเว้นในบางกรณี

อีกทั้งญี่ปุ่นจะยังจำกัดการส่งออกอาวุธให้แก่ 17 ประเทศ ที่ร่วมสรุปข้อตกลงว่าด้วยการถ่ายโอนอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหาร และเทคโนโลยีกับญี่ปุ่นเท่านั้น โดยจะต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาความมั่นคงแห่งชาติของญี่ปุ่น และจะมีการติดตามการใช้อาวุธจากญี่ปุ่นของประเทศที่นำเข้านั้น ๆ ด้วย

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นยุคหลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ระบุห้ามการส่งออกอาวุธของญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่ญี่ปุ่นจะเริ่มปรับแก้รัฐธรรมนูญเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากเกิดความตึงเครียดในภูมิภาค และในประชาคมโลกเพิ่มขึ้น แต่ในช่วงแรก ๆ ญี่ปุ่นจำกัดการส่งออกอาวุธเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ 5 ประการ ครอบคลุมถึงเพื่อสนับสนุนปฏิบัติการกู้ภัย การขนส่ง การเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น การเฝ้าระวัง และการกวาดทุ่นระเบิด โดยยุทโธปกรณ์ที่ส่งออกได้จำกัดอยู่เพียงหน้ากากอนามัย แจ็กเก็ตทหาร และยานยนต์พลเรือนที่ญี่ปุ่นส่งออกให้ยูเครน และระบบเรดาร์ข่าวกรองที่ญี่ปุ่นส่งออกให้ฟิลิปปินส์

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น

รายงานระบุว่า นโยบายใหม่ของญี่ปุ่นนี้ได้ยกเลิกข้อจำกัดดังกล่าว และไฟเขียวให้ญี่ปุ่นส่งออกเครื่องบินขับไล่ไอพ่น ขีปนาวุธ และเรือพิฆาตได้ และยังระบุว่า ญี่ปุ่นเริ่มส่งออกอุปทานการทหาร (Military Supply Chain) ที่ไม่ใช่อาวุธร้ายแรงเมื่อปี 2557 และเมื่อเดือน ธ.ค.2566 เริ่มไฟเขียวการส่งออกอาวุธร้ายแรง และชิ้นส่วนที่ผลิต-ส่งออกตามใบอนุญาตของประเทศนำเข้าเท่านั้น

ส่งผลให้ญี่ปุ่นได้ผลิต-ส่งออกขีปนาวุธ Patriot ให้สหรัฐฯ เพื่อส่งต่อไปให้ยูเครนรับมือกับรัสเซีย อีกทั้งผลิต-ส่งออกเครื่องบินขับไล่ไอพ่นรุ่นที่ 6 ให้สหราชอาณาจักร และอิตาลี ส่วนออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอาวุธรายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นนั้น สั่งซื้อเรือฟรีเกตในเบื้องต้น 3 ลำจากญี่ปุ่นเมื่อวันเสาร์ (18 เม.ย.) รวมมูลค่าราว 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ครม.ญี่ปุ่นไฟเขียว  นโยบายส่งออกอาวุธ

ครม.ญี่ปุ่นไฟเขียว นโยบายส่งออกอาวุธ

เรือฟรีเกต Mogami-class ทั้ง 3 ลำนี้ผลิตโดย Mitsubishi Heavy Industries หลังจากนั้น ออสเตรเลียและญี่ปุ่นตกลงจะร่วมกันพัฒนาเรือฟรีเกตเพิ่มอีก 8 ลำ ทางด้านนิวซีแลนด์ก็แสดงความสนใจที่จะนำเข้าเรือฟรีเกตจากญี่ปุ่นเช่นกัน ในขณะที่หลายประเทศอื่น ๆ รวมถึงฟิลิปปินส์และกลุ่มชาติยุโรป ก็สนใจที่จะนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์อื่น ๆ จากญี่ปุ่น

เจ้าหน้าที่ภาครัฐญี่ปุ่นชี้ว่า นโยบายการส่งออกอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ของญี่ปุ่นนี้ จะส่งเสริมความร่วมมือทางทหาร และกลาโหมระหว่างญี่ปุ่นกับกลุ่มประเทศหุ้นส่วนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการเกื้อหนุน ระบบป้องปรามความมั่นคงปลอดภัยภายในภูมิภาค

อ่านข่าว

นายกฯ ญี่ปุ่น สั่งเฝ้าระวังดินถล่ม-สึนามิ หลังแผ่นดินไหว 7.7 ที่อิวาเตะ

“ญี่ปุ่น” เตือนเฝ้าระวังแผ่นดินไหวรุนแรงซ้ำสัปดาห์หน้า

ญี่ปุ่นเตือนภัยสึนามิใน 3 จังหวัด คาดสึนามิอาจสูงถึง 3 ม.

KIHA 40/48 รถไฟจากญี่ปุ่น เปิดทดลองวิ่ง Feeder ดอนเมือง-อยุธยา ถึง 31 ต.ค.

อิหร่านปล่อยตัวชาวญี่ปุ่น หลังถูกคุมขังจากการประท้วงต่อต้านรัฐบาล

.