แนวโน้มผู้ติดเชื้อ "ไข้ดิน" เพิ่ม กรมวิทย์ฯ ลุยตรวจ-เฝ้าระวังเชื้อดื้อยา

สังคม
14:28
จำนวนผู้ชม 672
แนวโน้มผู้ติดเชื้อ "ไข้ดิน" เพิ่ม กรมวิทย์ฯ ลุยตรวจ-เฝ้าระวังเชื้อดื้อยา
Botnoi Voice
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เผยสถานการณ์ "โรคเมลิออยโดสิส" หรือ "ไข้ดิน" ร้อมเดินหน้าตรวจวินิจฉัยด้วยเทคโนโลยีชีวโมเลกุล เพิ่มความรวดเร็วและแม่นยำในการรักษา และเฝ้าระวังสายพันธุ์ดื้อยา

วันนี้ (22 เม.ย.2569) นพ.สราวุฒิ บุญสุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า จากกรณีพบผู้เสียชีวิตจาก "โรคเมลิออยโดสิส" หรือ "โรคไข้ดิน" กรมวิทย์ฯ ในฐานะห้องปฏิบัติการอ้างอิงของประเทศ มีความพร้อมในการตรวจเชื้อก่อโรค แบบครบวงจร ประกอบด้วย การตรวจรวดเร็วทางซีรัมวิทยาเพื่อตรวจหาระดับแอนติบอดีในเลือด การเพาะเลี้ยงเชื้อ การตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี real-time PCR การตรวจจีโนมเชื้อก่อโรค และการทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพ โดยแพทย์จะใช้ผลตรวจร่วมกับอาการและประวัติของผู้ป่วยในการวินิจฉัยโรคและการรักษาผู้ป่วย

นพ.สราวุฒิ กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2568 สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข ได้รับตัวอย่างผู้ป่วยสงสัยโรคเมลิออยโดสิส จำนวน 177 ตัวอย่าง พบการติดเชื้อ 38 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.5 โดยเป็นเพศชาย 110 ตัวอย่าง พบติดเชื้อ 23 ตัวอย่าง (ร้อยละ 20.9) และเพศหญิง 67 ตัวอย่าง พบติดเชื้อ 15 ตัวอย่าง (ร้อยละ 23.4)

เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลัง 4 ปี (พ.ศ. 2564–2567) พบว่ามีจำนวนตัวอย่างส่งตรวจรวม 542 ตัวอย่าง และพบการติดเชื้อ 40 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 7.4 สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติการณ์ของโรคเมลิออยโดสิสมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

นอกจากนี้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังมีศักยภาพในการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธี real-time PCR จากสิ่งส่งตรวจโดยตรง เช่น เลือด serum plasma และขวด hemoculture ซึ่งช่วยเพิ่มความรวดเร็วและความแม่นยำในการยืนยันผลทางห้องปฏิบัติการ อีกทั้งมีการตรวจวิเคราะห์โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในกรณีตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคด้วยการวิเคราะห์จีโนม โดยเฉพาะในเชื้อที่อาจจำแนกผิดพลาดหรือสายพันธุ์ใกล้เคียงอื่นๆ และมีการเฝ้าระวังสายพันธุ์ดื้อยา ด้วยการทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพและการศึกษายีนดื้อยา

โรคเมลิออยโดสิส เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรีย Burkholderia pseudomallei ที่พบในดินและน้ำ โดยมักพบการระบาดในช่วงฤดูฝน และสามารถพบได้ในทุกภูมิภาคของประเทศไทย เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล การสูดดมฝุ่นดิน หรือการดื่มน้ำที่ปนเปื้อน อาการมีตั้งแต่ไข้สูง หายใจลำบาก แน่นหน้าอก ไปจนถึงมีแผลบวมแดงหรือฝีหนอง และหากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงและเสียชีวิตได้

อย่างไรก็ตาม โรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ หากได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ประชาชนที่มีความเสี่ยง หากมีอาการผิดปกติ เช่น มีไข้สูงต่อเนื่อง หรือมีประวัติสัมผัสดินและน้ำ ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และตรวจยืนยันสำหรับการรักษาระยะต่อเนื่องเพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ

กทม.เข้มจัดระเบียบ "คนไร้บ้าน" ชวนเข้า "บ้านอิ่มใจ"

เร่งตามมือยิง “กระทิงแก่งกระจาน” พบซาก 2 ตัว

"ฟีฟ่า" เปิดขายตั๋วฟุตบอลโลก เพิ่มประเภทตั๋วใหม่ที่แพงกว่าเดิม