กัมพูชาเดือด! แถลงการณ์ประณามไทย จัดพิธีบวงสรวง "ปราสาทตาควาย"

ต่างประเทศ
08:36
จำนวนผู้ชม 1,280
กัมพูชาเดือด! แถลงการณ์ประณามไทย จัดพิธีบวงสรวง "ปราสาทตาควาย"
Botnoi Voice
กัมพูชาออกแถลงการณ์ประณามไทย กรณีจัดกิจกรรมบริเวณปราสาทตาควาย ระบุเป็นการละเมิดอธิปไตยและยกระดับความตึงเครียดชายแดน ท่ามกลางช่วงเวลาที่ รมว.ต่างประเทศจีนอยู่ระหว่างเยือนกัมพูชา ส่งผลให้สถานการณ์ถูกจับตามองในระดับภูมิภาค

เมื่อวันที่ 23 เม.ย.2569 กระทรวงวัฒนธรรมและวิจิตรศิลป์ของกัมพูชา ออกแถลงการณ์ฉบับวันที่ 22 เม.ย. คัดค้านและประณามการกระทำของฝ่ายไทยบริเวณปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ โดยฝ่ายกัมพูชาอ้างว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้อธิปไตยของตนอย่างสมบูรณ์

เหตุการณ์ความไม่พอใจในครั้งนี้ มาจากการที่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลแด่วีรชนผู้กล้าและกิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญ ณ อนุสาวรีย์พิทักษ์ไทย ปราสาทตาควาย โดยมี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม ร่วมในพิธีและร่วมเดินสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวสู่เนิน 350 ซึ่งกัมพูชามองว่าเป็นการสร้างสถานการณ์แบบ "มัดมือชก" เพื่อแสดงสิทธิครอบครองเหนือพื้นที่ทับซ้อนดังกล่าว

แถลงการณ์ของทางการกัมพูชาได้ระบุประเด็นคัดค้านอย่างเป็นทางการ 3 ประเด็นหลัก

  1. การเพิกเฉยต่อการประท้วง โดยกัมพูชาอ้างว่า ได้ส่งหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการไปยังฝ่ายไทยแล้วถึง 3 ครั้ง ได้แก่ เมื่อวันที่ 30 ม.ค., 13 เม.ย. และครั้งล่าสุดวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้ไทยยุติการจัดกิจกรรมใด ๆ ในพื้นที่ แต่ฝ่ายไทยยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมสาธารณะและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ปราสาท
  2. ข้อกล่าวหาเรื่องการละเมิดอธิปไตย ซึ่งกัมพูชามองว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของไทย เป็นการรุกล้ำบูรณภาพแห่งดินแดนและเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมาย
  3. ความกังวลต่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการคงอยู่ของเจ้าหน้าที่ไทยในพื้นที่ ซึ่งกัมพูชามองว่า เป็นความพยายามสร้างข้อเท็จจริงบนพื้นที่ เพื่อความได้เปรียบในอนาคต

นอกจากประเด็นข้อพิพาทชายแดนแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ถูกจับตามอง คือการเดินทางเยือนกัมพูชาของนายหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับความขัดแย้งนี้ โดยนายหวัง อี้ ได้ร่วมเจรจาเชิงยุทธศาสตร์ในรูปแบบ "2+2" เป็นครั้งแรก ณ กรุงพนมเปญ ซึ่งครอบคลุมประเด็นความร่วมมือด้านการป้องกันประเทศ ความมั่นคง และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เช่น การค้ามนุษย์และอาชญากรรมทางไซเบอร์

นักวิเคราะห์นานาชาติ ระบุว่า ความเคลื่อนไหวนี้สะท้อนถึงอิทธิพลของจีน ที่เพิ่มสูงขึ้นในกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติทางการทหารและการทูต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสมดุลอำนาจในภูมิภาค

โดยนายหวัง อี้ มีกำหนดการเดินทางเยือนประเทศไทยต่อเนื่องในวันที่ 23-25 เม.ย. เพื่อพบปะกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า จีนอาจเข้ามามีบทบาทในฐานะตัวกลาง หรือผู้สังเกตการณ์ต่อความขัดแย้งเรื่องเขตแดนระหว่างไทยและกัมพูชา ที่กลับมาเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งในเวลานี้

อ่านข่าว :

กบน.เพิ่มอุดหนุน "น้ำมันดีเซล" ลิตรละ 2.32 บาท B20 ที่ 8.97 บาท

เช็ก 19 จังหวัด พื้นที่เสี่ยง "พายุฤดูร้อน" ถล่ม 23 เม.ย.นี้

"ทำเนียบขาว" ยันขยายหยุดยิงไม่มีเส้นตาย ชี้ไพ่ทุกใบอยู่ในมือทรัมป์