วันนี้ (1 พ.ค.2569) สถานีโทรทัศน์ MRTV ของทางการเมียนมา เผยแพร่ภาพถ่ายนางออง ซาน ซูจี นั่งอยู่กับเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบ 2 คน ระหว่างการรายงานข่าวว่า ซูจี วัย 80 ปี จะถูกย้ายจากในเรือนจำ ไปรับโทษที่เหลือด้วยการกักบริเวณในบ้านพัก หลังถูกคุมขังในเรือนจำตั้งแต่ถูกโค่นอำนาจในการรัฐประหาร เมื่อเดือน ก.พ.2564
แถลงการณ์จาก พล.อ.อาวุโส มิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีเมียนมา ระบุว่า สั่งการให้ลดโทษซูจี ระหว่างการรับโทษที่เหลือ
ด้านทีมทนายความของซูจี ระบุว่า ไม่ได้รับแจ้งเรื่องการกักบริเวณในบ้านพักแต่อย่างใด แต่ทราบจากข่าว โดยทนายความไม่ได้พบหน้าเธอมานานกว่า 3 ปีแล้ว ส่วนครอบครัวไม่ได้ติดต่อกับเธอมากว่า 2 ปี
Kim Aris ลูกชายของซูจี ระบุว่า ภาพที่ได้รับการเผยแพร่ดังกล่าวถ่ายไว้ตั้งแต่ปี 2565 ตนจึงมองว่า ไม่มีความหมายและไม่ปักใจเชื่อคำประกาศลดหย่อนโทษดังกล่าว จนกว่าจะได้เห็นหลักฐานที่แน่ชัด ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน หรือได้รับการยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่จริงหรือไม่
Kim Aris ลูกชายของออง ซาน ซูจี
ขณะที่ภาพนี้เป็นภาพถ่ายของซูจี ที่ปรากฏขึ้นเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ค.2564 ซึ่งซูจี ถูกนำตัวขึ้นศาลในข้อหาต่างๆ ที่หลายฝ่ายมองว่า เป็นการป้ายสีทางการเมือง จนทำให้ถูกตัดสินให้รับโทษจำคุก 33 ปี กระทั่งทยอยได้รับการลดโทษเหลือ 27 ปี และลดโทษอีก 1 ใน 6 หรือประมาณ 4.5 ปี เมื่อกลางเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ช่วงเดียวกับที่รัฐบาลเมียนมาสั่งอภัยโทษให้วิน มินต์ อดีตประธานาธิบดีเมียนมา กระทั่งล่าสุดวันที่ 30 เม.ย.มีรายงานการลดโทษให้เธออีก 1 ใน 6 พร้อมกับการอภัยโทษให้นักโทษจำนวนมากทั่วประเทศ
การปรากฏตัวของซูจีในหน้าสื่อเมียนมา นำมาซึ่งข้อสังเกตว่า กองทัพเมียนมากำลังเตรียมการสิ่งใดเกี่ยวกับซูจี ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยตัวหรือลดหย่อนโทษเพิ่มเติม เนื่องจากผู้นำรัฐบาลเมียนมาต้องการนำประเทศกลับเข้าสู่เวทีโลกและพ้นจากการถูกโดดเดี่ยว รวมถึงเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา หลังเพลี่ยงพล้ำให้กับกลุ่มต่อต้าน แม้จะพยายามจัดการเลือกตั้งทั่วไปเพื่อสร้างความชอบธรรมในการบริหารประเทศก็ตาม
แนวโน้มดังกล่าว สอดคล้องกับท่าทีล่าสุดที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางเยือนเมียนมาของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ที่สะท้อนว่า เมียนมาต้องการกลับเข้ามามีบทบาทในเวทีระดับภูมิภาคอีกครั้ง ขณะที่โฆษกเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ แสดงความยินดีต่อท่าทีนี้ และระบุว่าเป็นก้าวสำคัญสู่การปรับเปลี่ยนไปสู่กระบวนการทางการเมืองอันน่าเชื่อถือ แต่เมียนมายังคงต้องยุติการใช้ความรุนแรงและหันมาใช้การเจรจาเพื่อหาทางยุติความขัดแย้งภายใน
อ่านข่าว :
เมียนมาประกาศลดโทษ "ออง ซาน ซูจี" เหลือโทษจำคุก 18 ปี
ศึกอิหร่านยืดเยื้อทำ "ราคาน้ำมันดิบโลก" พุ่งสูงสุดในรอบ 4 ปี
นายกฯ อังกฤษเตรียมออกกฎหมายด่วน มุ่งเป้าตัดวงจรบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่ง
