เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2569 ตามเวลาสหรัฐฯ CNN รายงาน รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งสำคัญเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ เมื่อกรอบเวลา 60 วันตามกฎหมายข้อมติอำนาจการทำสงคราม War Powers Resolution 1973 ได้สิ้นสุดลง ซึ่งกฎหมายฉบับดังกล่าวถูกตราขึ้นหลังยุคสงครามเวียดนาม เพื่อกำหนดให้ประธานาธิบดีต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสหากมีการใช้กำลังทหารเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติยังคงมีความเห็นต่างอย่างรุนแรงในเรื่องการนับระยะเวลาและเงื่อนไขการบังคับใช้กฎหมายในปัจจุบัน
ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวต่อสื่อมวลชน ณ ห้องทำงานรูปไข่ แสดงความไม่พอใจต่อความพยายามของสภาคองเกรสในการแทรกแซงปฏิบัติการทางทหาร โดยระบุว่าฝ่ายนิติบัญญัติพยายามส่งข้อเรียกร้องให้ยุติการใช้กำลังทหารในทุก ๆ สัปดาห์ ผู้นำสหรัฐฯ มองว่าเป็นการบั่นทอนอำนาจในการต่อรองของสหรัฐฯ ในขณะที่เขากำลังอยู่ระหว่างการเจรจาข้อตกลงครั้งสำคัญกับอิหร่าน
ประธานาธิบดียังได้เปิดเผยข้อมูลเชิงลึกว่า มาตรการปิดล้อมทางทะเลบริเวณช่องแคบฮอร์มุซกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสภาวะเศรษฐกิจของอิหร่าน และเชื่อว่าทางกรุงเตหะรานมีความต้องการอย่างมากที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพ แม้จะยังมีอุปสรรคเรื่องความไม่ชัดเจนในโครงสร้างผู้นำของอิหร่านในขณะนี้ก็ตาม
ทางด้านฝ่ายนิติบัญญัติ สว. ลิซา เมอร์โคว์สกี ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน รัฐอะแลสกา ได้ออกมาแถลงการณ์ด้วยท่าทีที่เคร่งขรึมกลางที่ประชุมวุฒิสภา โดยยื่นคำขาดต่อทำเนียบขาวว่า เตรียมที่จะเสนอมาตรการมอบอำนาจการใช้กำลังทางทหาร (Authorization for Use of Military Force หรือ AUMF) เพื่อให้สภาคองเกรสได้มีส่วนร่วมในการพิจารณาและตรวจสอบขอบเขตของสงครามครั้งนี้
เมอร์โคว์สกีเน้นย้ำว่า ไม่สามารถยอมรับการปฏิบัติการทางทหารที่ไม่มีจุดสิ้นสุดและขาดความชัดเจนได้ โดยสภาคองเกรสต้องทำหน้าที่ตามพันธกรณีที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญเพื่อสร้างความโปร่งใสและกำหนดทิศทางที่แน่นอนให้กับกองทัพสหรัฐฯ มีแผนจะนำเสนอกฎหมายนี้ในวันที่ 11 พ.ค. หากฝ่ายบริหารยังไม่สามารถแสดงแผนงานที่เป็นรูปธรรมได้
ประเด็นที่น่าสนใจและกลายเป็นข้อโต้แย้งทางกฎหมายในวงกว้าง คือการให้ถ้อยคำของ พีท เฮกเซธ รมว.กลาโหมสหรัฐฯ ต่อคณะกรรมาธิการอาวุธยุทธภัณฑ์แห่งวุฒิสภา โดยเฮกเซธระบุว่า รัฐบาลทรัมป์ไม่จำเป็นต้องขอการอนุมัติเพิ่มเติมจากสภาคองเกรสในขณะนี้ เนื่องจากมีการลงนามในข้อตกลงหยุดยิงระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านซึ่งเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา
โดยฝ่ายกฎหมายของกระทรวงกลาโหมตีความว่า สถานะหยุดยิงดังกล่าวส่งผลให้การนับถอยหลัง 60 วันตามกฎหมาย War Powers ต้อง "หยุดชั่วคราว" หรือ "ยุติลง" ตราบเท่าที่ยังไม่มีการกลับมาสู้รบกันอีกครั้ง
อย่างไรก็ดี สว.ทิม เคน จากเดโมแครต ได้คัดค้านแนวคิดดังกล่าวอย่างรุนแรง โดยระบุว่าตัวบทกฎหมาย War Powers Resolution ไม่ได้ระบุเงื่อนไขเรื่องการหยุดยิงเพื่อชะลอการนับเวลา และยืนยันว่าฝ่ายบริหารกำลังก้าวล่วงอำนาจหน้าที่ของสภาคองเกรส การโต้เถียงนี้สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวในการตีความรัฐธรรมนูญ ซึ่งอาจส่งผลต่อความชอบธรรมทางกฎหมายของปฏิบัติการทางทหารในอนาคต
นอกจากนี้ ยังมีความสับสนภายในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการนับวันที่แน่นอนของเส้นตาย 60 วัน โดยสมาชิกบางส่วนนับจากวันที่เริ่มมีการปะทะกัน (ซึ่งจะตรงกับวันที่ 29 เม.ย.) ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งนับจากวันที่ทำเนียบขาวแจ้งต่อสภาคองเกรสอย่างเป็นทางการ จะตรงกับวันที่ 1 พ.ค. นอกจากนี้ยังมีมุมมองจากสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่เสนอว่า ประธานาธิบดีมีอำนาจฝ่ายเดียวในการขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน กลายเป็น 90 วันได้หากมีความจำเป็นทางความมั่นคง
บทสรุปของสถานการณ์นี้ยังคงไม่แน่นอน เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ยืนยันว่าการเจรจาระดับสูงกำลังดำเนินไปภายใต้ความลับที่เข้มงวด และเขายังไม่เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการกลับมาใช้มาตรการทางทหารที่รุนแรงตราบใดที่มาตรการปิดล้อมทางเศรษฐกิจยังคงทำงานได้ผลตามแผน
แต่แรงกดดันจากทั้งฝ่ายค้านและสมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนที่ต้องการเห็น "แผนงานที่เชื่อถือได้" และ "ความรับผิดชอบต่อรัฐธรรมนูญ" กำลังกลายเป็นโจทย์สำคัญที่ทำเนียบขาวต้องตอบคำถามแก่สังคมและกองทัพในเร็ววันนี้
อ่านข่าวอื่น :
เช็ก "วันหยุดธนาคาร" พฤษภาคม 2569 เตรียมวางแผนการเงินล่วงหน้า
"ยุทธนา" ยอมรับ "ประวิตร" วางมือทางการเมือง แต่ยังเป็นพี่เลี้ยง พปชร.
นายกฯ อังกฤษเตรียมออกกฎหมายด่วน มุ่งเป้าตัดวงจรบ่มเพาะแนวคิดสุดโต่ง
