วันนี้ (8 พ.ค.2569) องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่าการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา บนเรือสำราญในขณะนี้ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของโรคระบาดใหญ่ทั่วโลกเหมือนกับโควิด-19 เนื่องจากลักษณะการแพร่เชื้อจำกัดอยู่เพียงการสัมผัสใกล้ชิดและลึกซึ้งเท่านั้น ขณะที่ล่าสุดมียอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 3 คน และอยู่ระหว่างการเร่งติดตามตัวผู้โดยสารที่ลงจากเรือไปก่อนหน้านี้
รายงานล่าสุดระบุว่าจากผู้ต้องสงสัยติดเชื้อ 8 คน มีการยืนยันผลเป็นบวกแล้ว 5 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 3 คน คือ หญิงชาวเนเธอร์แลนด์วัย 69 ปี (ยืนยันพบเชื้อ) ส่วนอีก 2 คนคือ สามีชาวเนเธอร์แลนด์ของเธอและหญิงชาวเยอรมัน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัด
นอกจากนี้ WHO เตือนว่า มีโอกาสที่จะพบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาเพิ่มเติมจากเหตุการณ์บนเรือสำราญ เนื่องจากโรคนี้มีระยะฟักตัวนานถึง 6 สัปดาห์ อย่างไรก็ตาม WHO เชื่อมั่นว่าการแพร่ระบาดจะอยู่ในวงจำกัด หากมีการใช้มาตรการป้องกันที่เข้มงวดและได้รับความร่วมมือจากนานาประเทศ
เทดรอส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่ายอดรวมปัจจุบันพบผู้ป่วยยืนยันแล้ว 5 คน และผู้ต้องสงสัยอีก 3 คน ซึ่งในจำนวนนี้รวมผู้เสียชีวิต 3 คน ก่อนหน้านี้ด้วย โดยเชื้อที่ตรวจพบเป็นสายพันธุ์แอนดีส (Andes virus) ซึ่งเป็นสายพันธุ์หายากที่สามารถแพร่เชื้อจากคนสู่คนได้
ขณะที่ศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัยไลเดินในเนเธอร์แลนด์แจ้งว่า พบผู้โดยสารที่เพิ่งเดินทางถึงยุโรปมีผลตรวจเชื้อเป็นบวกเพิ่มอีกหนึ่งคน
ปกติแล้วไวรัสฮันตาจะแพร่กระจายจากสัตว์ฟันแทะสู่คน แต่ความน่าสนใจของการระบาดบนเรือ MV Hondius ในครั้งนี้คือ WHO พบหลักฐานการแพร่เชื้อจาก "คนสู่คน" เป็นครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ย้ำว่าต้องเป็นการสัมผัสที่ใกล้ชิดกันมาก ๆ เท่านั้นจึงจะติดเชื้อได้
ขณะที่ Oceanwide Expeditions บริษัทผู้ดำเนินกิจการเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ เปิดเผยว่า มีผู้โดยสารทั้งหมด 30 คน เดินทางลงจากเรือ Hondius ที่กำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสฮันตา ระหว่างที่เรือจอดแวะพัก ณ เกาะเซนต์เฮเลนา ดินแดนโพ้นทะเลของอังกฤษ เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา จำนวนนี้รวมถึงร่างของผู้เสียชีวิตบนเรือเมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยดำเนินการติดต่อทุกคนที่ลงจากเรือเรียบร้อยแล้ว
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. มีแขกทั้งหมด 114 คน เดินทางขึ้นเรือก่อนที่เรือจะออกจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เพื่อล่องข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปยังเคปเวิร์ด โดยกำลังเร่งตรวจสอบรายละเอียดของผู้โดยสารและลูกเรือทุกคนที่ขึ้นและลงเรือตามจุดแวะพักต่าง ๆ ของเรือ MV Hondius มาตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.
ด้านองค์การอนามัยโลก ณ กรุงเจนีวา ระบุว่าได้แจ้งไปยัง 12 ประเทศที่มีพลเมืองของตนลงจากเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนาแล้ว ได้แก่ สหราชอาณาจักร, แคนาดา, เดนมาร์ก, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, เซนต์คิตส์และเนวิส, สิงคโปร์, สวีเดน, สวิตเซอร์แลนด์, ตุรกี และสหรัฐฯ
เรือสำราญสุดหรูลำนี้ดำเนินงานโดยบริษัท Oceanwide Expeditions เริ่มออกเดินทางจากเมืองอูซัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เม.ย. และมีกำหนดถึงหมู่เกาะคะเนรี ประเทศสเปน ในวันที่ 10 พ.ค. โดยบนเรือมีผู้โดยสารและลูกเรือราว 150 คน จาก 28 ประเทศ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขกำลังเร่งตามตัวผู้โดยสารหลายสิบคนที่เพิ่งลงจากเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนาไปเมื่อวันที่ 24 เม.ย. เพื่อเฝ้าระวังและสกัดกั้นการแพร่ระบาดเพิ่มเติม
สหรัฐฯ โจมตีท่าเรือบนเกาะเกชม์ ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ
สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนฝนเพิ่ม ลมแรง ใต้ฝนหนัก กทม.เจอฝน 60%
ภัยไซเบอร์ลามวงการศาสนา มิจฉาชีพ Deepfake เลียนเสียงสมเด็จพระสังฆราช
