กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังไวรัสโคโรนาในค้างคาว ยันความเสี่ยงต่อ ปชช.ยังต่ำ

สังคม
12:09
จำนวนผู้ชม 58
กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังไวรัสโคโรนาในค้างคาว ยันความเสี่ยงต่อ ปชช.ยังต่ำ
กรมควบคุมโรค เปิดเผยไวรัสโคโรนาในค้างคาว เป็นการเฝ้าระวังโรคปกติในสัตว์ป่า ยังไม่พบติดเชื้อในคน ไม่มีสัญญาณระบาด ยืนยันความเสี่ยงต่อประชาชนยังต่ำ

วันนี้ (8 พ.ค.2569) นพ.มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยถึงกรณีการตรวจพบไวรัสโคโรนาในค้างคาวในประเทศไทย เป็นการค้นพบทางวิชาการจากระบบเฝ้าระวังโรคตามปกติ ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทย มีศักยภาพในการตรวจจับเชื้อโรคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

นพ.มณเฑียร กล่าวว่า การศึกษาของนักวิจัยค้างคาวมงกุฎในถ้ำแห่งหนึ่งใน จ.ฉะเชิงเทรา ประเทศไทย ค้นพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา ที่มีความใกล้ชิดกับไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นต้นตอของโควิด-19 การค้นพบนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยให้เราเข้าใจธรรมชาติของไวรัสในสัตว์ป่าได้ดีขึ้น แต่ข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับโรคระบาด ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวอีกว่า การตรวจพบไวรัสโคโรนาในค้างคาวในประเทศไทยครั้งนี้ เป็นการค้นพบทางวิชาการจากระบบเฝ้าระวังโรคตามปกติ ในสัตว์ป่าตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ที่เชื่อมระบบการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคระหว่างคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสะท้อนว่าประเทศไทย มีศักยภาพในการตรวจจับเชื้อโรคใหม่ได้อย่างรวดเร็ว

โดยประเทศไทยมีความร่วมมือระดับนานาชาติ และเฝ้าระวังทางห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งจากการเฝ้าระวังโรคขณะนี้ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในมนุษย์ และข้อมูลการศึกษาพบว่าเชื้อดังกล่าวมีความสามารถในการก่อโรคและแพร่กระจายต่ำกว่าโควิด-19 อย่างมาก วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ยังมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคไม่ให้มีความรุนแรงมากขึ้น จึงมีความเสี่ยงในการระบาดต่ำ

นพ.ดิเรก ขำแป้น รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้ข้อแนะนำว่า ประชาชนสามารถป้องกันตนเองจากโรคติดเชื้อไวรัสจากสัตว์สู่คนได้ โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ป่า โดยเฉพาะค้างคาว รวมถึงหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้มูลสัตว์หรือพื้นที่อับชื้น ที่อาจปนเปื้อนสารคัดหลั่งจากสัตว์ ควรล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจลเป็นประจำ รับประทานอาหารที่ปรุงสุก ใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากหรือถุงมือ เมื่อต้องไปท่องเที่ยว หรือทำงานในพื้นที่ที่มีค้างคาวชุกชุม และหากมีอาการไข้ ไอ หายใจลำบาก หลังสัมผัสสัตว์หรือเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์ทันที

ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยยังไม่พบการติดเชื้อในมนุษย์ และความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปยังอยู่ในระดับต่ำ จึงไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

อ่านข่าว :

WHO ยัน "ไวรัสฮันตา" ยังไม่เกิดการระบาดใหญ่ เตือนเฝ้าระวัง 6 สัปดาห์

สเปน สั่งห้ามเรือสำราญเทียบท่า WHO เตือนฮันตาไวรัสลามแล้ว 5 ประเทศ

บอร์ด สปสช.ไฟเขียว ฉีด “วัคซีน PCV” ให้เด็กไทย