ผบ.ตร.ตามคดี "ชายจีนซุกอาวุธ" พบพิรุธให้ปากคำขัดแย้งกับหลักฐาน

ภูมิภาค
15:13
จำนวนผู้ชม 98
ผบ.ตร.ตามคดี "ชายจีนซุกอาวุธ" พบพิรุธให้ปากคำขัดแย้งกับหลักฐาน
ผบ.ตร.ประชุมชุดสืบสวนคดีชายจีนซุกซ่อนอาวุธสงคราม เบื้องต้นผู้ต้องหาสารภาพมีความชื่นชอบเรื่องอาวุธและซื้อผ่านออนไลน์ อ้างสะสมอาวุธไว้เพื่อเตรียมทำร้ายตัวเอง แต่เจ้าหน้าที่ไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากมีความขัดแย้งกับหลักฐานที่พบ

วันนี้ (9 พ.ค.2569) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีนายหมิงเฉิน ซัน ผู้ต้องหาชาวจีน ซึ่งถูกจับกุมหลังตรวจพบครอบครองอาวุธสงครามจำนวนมาก โดยมีชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง และผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เข้าประชุมติดตามแนวทางการสืบสวนขยายผล

จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า อาวุธทั้งหมดที่พบมีไว้ในครอบครอง ต้องการนำมาใช้ก่อเหตุทำร้ายตนเองจนถึงแก่ชีวิต แต่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การ เนื่องจากพบข้อพิรุธหลายประเด็น เช่น ลักษณะของอาวุธที่ตรวจยึดได้ รวมถึงปริมาณและอานุภาพอาวุธที่มีความรุนแรงสูง จึงรับฟังไว้เป็นเพียงแนวทางการสอบสวน ขณะที่ฝ่ายความมั่นคงจะเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อให้ปรากฏข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านในทุกมิติ

ผู้ต้องหาให้การอีกว่า เป็นผู้มีความชื่นชอบเกี่ยวกับอาวุธและสั่งซื้ออาวุธทั้งหมดผ่านช่องทางออนไลน์ จากการตรวจสอบประวัติย้อนหลัง เบื้องต้นยังไม่พบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุวินาศกรรม หรือเหตุความรุนแรงมาก่อน แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง และอยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อมูลโทรศัพท์มือถือ เพื่อหาความเชื่อมโยงกับบุคคลอื่นที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด

ขณะที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหากับนายหมิงเฉิน ซัน ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า ภรรยาของผู้ต้องหามีส่วนร่วมในการกระทำความผิด หรือให้การช่วยเหลือหรือไม่

ส่วนการตรวจสอบหนังสือเดินทาง เอกสารทะเบียนราษฎรและประวัติการเดินทางเข้า-ออกประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฝ่ายปกครองในพื้นที่ ตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด พร้อมกำชับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มงวดคัดกรองและติดตามบุคคลต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัย เพื่อนำข้อมูลเข้าสู่ระบบวิเคราะห์เชื่อมโยงทางคดี

สำหรับอาวุธปืนพกสั้นที่ตรวจพบในตัวผู้ต้องหา ภายหลังตรวจสอบพบว่า มีชื่อผู้ครอบครองเดิมเป็นของตำรวจนายหนึ่งนั้น จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่า อาวุธปืนมีการซื้อขายเปลี่ยนมือหลายทอด จึงต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่า อาวุธปืนตกมาอยู่ในความครอบครองของผู้ต้องหาได้อย่างไร และกระบวนการซื้อขายเป็นไปโดยถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า หากการสืบสวนพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึงบุคคลอื่น ไม่ว่าจะเป็นผู้จำหน่ายอาวุธ ผู้ให้การสนับสนุน หรือผู้ให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดโดยไม่ละเว้น รวมถึงหากพบเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายเช่นกัน

อ่านข่าว :

แจ้ง 5 ข้อหาหนัก "ชายจีน" ซุกอาวุธสงคราม หาแรงจูงใจก่อเหตุร้าย-ค้าอาวุธ ?

ผบ.ตร.สั่งสอบทุกมิติ หลังจับชาวจีนซุกระเบิดซีโฟร์ อ้างเตรียมพลีชีพ ที่ “พัทยา”

เปิดวงจรปิดบุกยิง "ผู้ใหญ่คู" พี่ชาย สส.ภูมิใจไทย มือปืนมอบตัว ตร.