ตร.ยัน "หมิงเฉิน ซัน" โยงสแกมเมอร์กัมพูชา ยังไม่พบเอี่ยวนักการเมืองไทย

อาชญากรรม
17:52
จำนวนผู้ชม 41
ตร.ยัน "หมิงเฉิน ซัน" โยงสแกมเมอร์กัมพูชา ยังไม่พบเอี่ยวนักการเมืองไทย
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยันคดี "หมิงเฉิน ซัน" โยงเครือข่ายสแกมเมอร์กัมพูชา ยังไม่พบเอี่ยวนักการเมืองไทย ลุยคัดกรองต่างชาติ 3 เดือน ตั้ง จัดตั้งกองกำลังร่วม (Joint Task Force) เชื่อม "One Police"

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติยันคดี "หมิงเฉิน ซัน" โยงเครือข่ายสแกมเมอร์กัมพูชา ยังไม่พบเอี่ยวนักการเมืองไทย ลุยคัดกรองต่างชาติ 3 เดือน ตั้ง จัดตั้งกองกำลังร่วม (Joint Task Force) เชื่อม "One Police"

วันนี้ (13 พ.ค.2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีความมั่นคง กรณีนายหมิงเฉิน ซัน ชาวจีนอายุ 31 ปี ซึ่งประสบอุบัติเหตุรถคว่ำใน จ.ชลบุรี ก่อนตำรวจขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักหรูในเมืองพัทยา และพบอาวุธสงครามจำนวนมาก ทั้งระเบิด C4 ปืน M16 และระเบิดสังหารซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านพักว่า ขณะนี้คดีมีความคืบหน้าไปมาก หลังตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม เส้นทางการเงิน รวมถึงหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัล ซึ่งพบประวัติการแชตสนทนา ภาพการฝึกใช้อาวุธ และการสะสมอาวุธมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

จากพยานหลักฐานทั้งหมด พบความเชื่อมโยงชัดเจนว่านายหมิงเฉิน ซัน มีความเกี่ยวข้องกับเครือข่ายแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าผู้ต้องหารับงานสังหารในประเทศกัมพูชานั้น ขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างตรวจสอบและขยายผลในทุกมิติ ก่อนจะสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างชัดเจน

ส่วนประเด็นที่มีกระแสเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองไทย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบข้อมูลว่าผู้ต้องหามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองไทยแต่อย่างใด และยืนยันว่าจากหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเครือข่ายดังกล่าวมีเป้าหมายก่อวินาศกรรมในประเทศไทย หรือเตรียมนำอาวุธไปก่อเหตุทำร้ายประชาชนคนไทย

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า จากการขยายผลคดี เดิมมีผู้ต้องหาเพียงนายหมิงเฉิน ซัน และมีผู้ต้องหาเพิ่ม 5 คน รวมทั้งหมดเป็น 6 คน และคาดว่าจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป

ส่วนกรณีที่นายหมิงเฉิน ซัน มีอาการเครียดหนักจนชักเกร็งและถูกนำตัวออกจากเรือนจำไปรักษาที่โรงพยาบาล จนมีความกังวลเรื่องการชิงตัวผู้ต้องหานั้น โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ต้องหาอยู่ภายใต้การดูแลของกรมราชทัณฑ์ และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 2 เข้าดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวดสูงสุด แม้ผู้ต้องหาจะต้องเข้ารับการรักษาตามสิทธิขั้นพื้นฐานก็ตาม

"สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังเตรียมนำคดีดังกล่าวมาทบทวนและยกระดับมาตรการคัดกรองชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศ โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพิ่มความเข้มข้นในการติดตามตรวจสอบชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในไทยเป็นเวลานานผิดปกติ รวมถึงประสานตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบที่พักอาศัยและพฤติกรรมในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ"

พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่า ภายใน 3 เดือนนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจะเร่งตรวจสอบข้อมูลนักท่องเที่ยวที่อยู่ในฐานข้อมูล พร้อมบูรณาการร่วมกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดตั้งกองกำลังร่วม หรือ Joint Task Force เพื่อตรวจสอบชาวต่างชาติที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย โดยในระยะยาวจะมีการรวบรวมฐานข้อมูลอาชญากรเข้าสู่ระบบ "One Police" เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถเข้าถึงข้อมูลและติดตามผู้กระทำผิดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า นายหมิงเฉิน ซัน ไม่ได้อยู่ในบัญชีเฝ้าระวังของประเทศใดเลย แม้แต่ประเทศต้นทางก็ไม่ได้ติดตามบุคคลรายนี้มาก่อน พร้อมย้ำว่าอาชญากรจำนวนมากทั่วโลกมักปกปิดตัวตน และหลายประเทศก็มักทราบข้อมูลหลังเกิดเหตุแล้วเช่นกัน อย่างไรก็ตาม หลังตำรวจไทยทราบข้อมูล ก็ได้เร่งขยายผลและดำเนินการอย่างเต็มที่ โดยยืนยันว่า หากพยานหลักฐานสาวไปถึงบุคคลใด ไม่ว่าจะมีอิทธิพลหรือมีความสำคัญเพียงใด ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายโดยไม่มีข้อยกเว้น

อ่านข่าว :

“ราชทัณฑ์” เผยอาการ “หมิงเฉิน ซัน” ล่าสุด รู้สึกตัวดี ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ

แกะรอยหลักฐาน “หมิงเฉิน ซัน” ในวงจร “สแกมเมอร์”

ราชทัณฑ์แจง "หมิงเฉิน ซัน" ยังนอน ICU รอผลตรวจแอลกอฮอล์-ไซยาไนด์