ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ต่างประเทศ
17:27
จำนวนผู้ชม 61
ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่
"ทรัมป์" โบกมือลาปักกิ่ง หลังเยือนจีน 3 วันเต็ม แม้ยังไร้สัญญาซื้อขายพันล้านที่จับต้องได้ หรือทางออกของสงครามอิหร่านและวิกฤตไต้หวัน แต่สิ่งที่โลกได้เห็นคือ "รอยยิ้มและการให้เกียรติ" ของ 2 ผู้นำมหาอำนาจ ที่อาจลดความร้อนแรงสถานการณ์โลกได้ชั่วคราว

วันนี้ (15 พ.ค.2569) CNN รายงาน โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ เสร็จสิ้นภารกิจเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการ การเยือนครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นการพบกันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบเกือบสิบปีของผู้นำ 2 มหาอำนาจที่เป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์กันมานาน

แม้จะไม่มีการลงนามในข้อตกลงที่จับต้องได้ทันทีเพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งเรื้อรัง แต่ทรัมป์สามารถฟื้นฟูความสัมพันธ์ส่วนตัวกับ ปธน.สี จิ้นผิง ให้กลับมามีเสถียรภาพและอบอุ่นขึ้นอีกครั้งในเวลานี้

ตลอดช่วงเวลา 2 วันในภารกิจการเยือนที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายได้ประชุมทวิภาคีอย่างเข้มข้น ครอบคลุมปัญหาระดับโลก ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลางที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน วิกฤตการณ์ไต้หวัน ไปจนถึงปมขัดแย้งทางการค้า สิ่งที่โดดเด่นมากคือ "การทูตแบบนุ่มนวล" (Soft Diplomacy) ที่รัฐบาลปักกิ่งจัดเตรียมไว้อย่างยิ่งใหญ่เพื่อต้อนรับทรัมป์

ภาพลักษณ์ความชื่นมื่นเช่นนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานนับปี โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับบริบทที่เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ทรัมป์มาเยือนจีนครั้งล่าสุดในปี 2560 เนื่องจากเกือบสิบปีที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทของวอชิงตันที่มีต่อโลกใหม่ ขณะที่ สี จิ้นผิง ก็กระชับอำนาจภายในประเทศอย่างเบ็ดเสร็จและเร่งปฏิรูปเทคโนโลยีขั้นสูงจนกลายเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของสหรัฐฯ

ในช่วงเริ่มต้นการเจรจา ทรัมป์กล่าวว่า "เราได้ร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ มากมาย ซึ่งเป็นปัญหาที่คนอื่นไม่มีวันแก้ไขได้ และความสัมพันธ์ในตอนนี้ถือว่าแข็งแกร่งมาก" แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะไม่ให้รายละเอียดว่าปัญหาดังกล่าวคืออะไร

แต่นักสังเกตการณ์มองว่า ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด การที่ผู้นำมหาอำนาจทั้งสองพูดถึงกันและกันด้วยถ้อยคำที่อบอุ่น และเห็นพ้องเรื่องความสำคัญของความสัมพันธ์ทวิภาคี ก็เป็นหลักฐานชัดเจนว่าโลกกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคแห่งการรักษา "เสถียรภาพ" ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมโลกกำลังแสวงหาอย่างยิ่งยวด

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปมร้อน "สงครามอิหร่าน" ยังไร้ข้อสรุปชัดเจน

ประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ซึ่งฉุดเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ความผันผวนมานานหลายเดือน ก่อนการเยือนครั้งนี้ นานาชาติต่างคาดหวังว่าทรัมป์จะกดดัน สี จิ้นผิง ในฐานะพันธมิตรทางการทูตที่ใกล้ชิดและผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน ให้ช่วยใช้อิทธิพลระงับศึกหรือบีบให้รัฐบาลเตหะรานยอมรับข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ

เรื่องนี้ถูกนำเข้าสู่โต๊ะเจรจานานกว่า 2 ชั่วโมงในวันแรกของการพบปะ แต่สุดท้ายกลับไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าปักกิ่งยินดีจะกดดันอิหร่านอย่างที่สหรัฐฯ ต้องการ ในทางตรงกันข้าม ถ้อยแถลงของทั้ง 2 ฝ่ายบ่งชี้ว่าการประชุมครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปมากนัก

ทรัมป์เผยว่า สี จิ้นผิง เสนอตัวจะช่วยแก้ความขัดแย้งและสัญญาว่าจะไม่ส่งมอบอาวุธให้แก่ประเทศในกลุ่มข้อพิพาท ทว่า มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กลับระบุว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากจีนในเรื่องนี้เลย

แต่ในเอกสารสรุปการหารือของทำเนียบขาว ทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องในเชิงหลักการว่าช่องแคบฮอร์มุซต้องเปิดกว้างและปลอดภัยสำหรับการเดินเรือ และอิหร่านต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ เอกสารยังระบุว่า สี จิ้นผิง คัดค้านการทำให้ช่องแคบฮอร์มุซกลายเป็นพื้นที่ทางการทหาร และส่งสัญญาณว่าจีนอาจพิจารณาซื้อน้ำมันดิบจากสหรัฐฯ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อตกลงด้านพลังงานในอนาคตเพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันจากอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงการตอกย้ำจุดยืนเดิมของจีนที่เน้นบทบาท "ผู้สร้างสันติภาพ" และมีนโยบายไม่ส่งอาวุธให้แก่ประเทศที่อยู่ในความขัดแย้งอยู่แล้ว

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

"ไต้หวัน" คำเตือนที่ดุดัน เส้นแบ่งสีแดงของ สี จิ้นผิง

ในขณะที่ทรัมป์พยายามเน้นย้ำเรื่องความสัมพันธ์ที่อบอุ่น ปธน.สี จิ้นผิง กลับใช้โอกาสที่เป็นเจ้าบ้านส่งคำเตือนที่เด็ดขาดที่สุดในเรื่อง "ไต้หวัน" ซึ่งจีนนิยามว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุด โดยเตือนทรัมป์อย่างตรงไปตรงมาว่า "หากปัญหานี้ได้รับการจัดการอย่างถูกต้อง ความสัมพันธ์จะมีความมั่นคง แต่ในทางกลับกัน หากจัดการไม่ดี ทั้ง 2 ประเทศจะต้องเผชิญกับการปะทะและความขัดแย้ง ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ทั้งหมดตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง"

ถ้อยคำที่ดุดันเป็นพิเศษนี้สะท้อนความตั้งใจของปักกิ่งในการลากเส้นแบ่งสีแดง หรือ Red Line ที่สหรัฐฯ ห้ามก้าวข้ามเด็ดขาด เนื่องจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนอ้างสิทธิ์เหนือเกาะไต้หวันและประกาศจะรวมชาติให้ได้ แม้ต้องใช้กำลังทหาร จีนจึงไม่พอใจมาโดยตลอดต่อการที่สหรัฐฯ รักษาความสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการและขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน

แม้ผู้เชี่ยวชาญจะกังวลว่า สี จิ้นผิง อาจใช้ความเหนือกว่าบีบให้ทรัมป์เปลี่ยนจุดยืน หรือกังวลว่าทรัมป์จะใช้ไต้หวันเป็นข้อต่อรองทางการค้า แต่ มาร์โก รูบิโอ ได้ยืนยันว่าจุดยืนของอเมริกายังคง "ไม่เปลี่ยนแปลง" โดยระบุว่าทั้ง 2 ฝ่ายเพียงแค่แถลงจุดยืนของตนเองแล้วเปลี่ยนไปหารือเรื่องอื่น และประเด็นการขายอาวุธให้ไต้หวันไม่ได้ถูกยกขึ้นมาพูดถึงเป็นสาระสำคัญ

สหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าความพยายามใด ๆ ที่จะบังคับเพื่อเปลี่ยนสถานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันของไต้หวัน ถือเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ทรัมป์กลับบ้านมือเปล่า ? จีนไร้ข้อตกลงเศรษฐกิจสำคัญ

ในด้านเศรษฐกิจ ทรัมป์เตรียมเดินทางกลับสหรัฐฯ พร้อมประกาศชัยชนะเรื่องผลประโยชน์ทางการค้าเพื่อเอาใจฐานเสียงในประเทศ แม้ข้อตกลงเหล่านั้นจะยังขาดรายละเอียดและไม่มีการยืนยันจากฝั่งจีน เจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ แถลงว่า รัฐบาลคาดหวังว่าจีนจะบรรลุข้อตกลงสั่งซื้อสินค้าเกษตรมูลค่า "หลายหมื่นล้านดอลลาร์" ต่อปี ต่อเนื่องกันเป็นเวลา 3 ปี

อย่างไรก็ตาม สก็อตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ว่า จะไม่มีการสั่งซื้อถั่วเหลืองเพิ่มเติมจากจีนในดีลนี้ เนื่องจากได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้วภายใต้ข้อตกลงเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เกรียร์ระบุว่าจีนยอมรับที่จะต่ออายุใบอนุญาตการส่งออกเนื้อวัวของสหรัฐฯ หลังจากที่ใบอนุญาตของโรงงานกว่า 400 แห่งหมดอายุลงในปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทรัมป์ยังประกาศว่า สี จิ้นผิง เห็นชอบที่จะสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารจากบริษัท โบอิง จำนวน 200 ลำ ซึ่งซีอีโอของโบอิงได้ร่วมเดินทางไปกับคณะด้วย

แต่จุดสังเกตคือ จนถึงขณะนี้ ทางการจีนยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันข้อตกลงซื้อขายเฉพาะเจาะจงใด ๆ ตามที่ทีมงานของทรัมป์กล่าวอ้าง โดยเอกสารสรุปของทางการปักกิ่งระบุเพียงถ้อยคำกว้าง ๆ ว่า ทั้ง 2 ประเทศควร "ขยายการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ" ในด้านเศรษฐกิจ การค้า เกษตรกรรม และการท่องเที่ยว ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ดีลเหล่านี้อาจเป็นเพียงการตกลงในหลักการวาจาที่ทรัมป์นำมาขยายผลในเชิงการเมืองภายในประเทศเท่านั้น

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

จีนปูพรมแดงต้อนรับทรัมป์ หวังรีเซ็ตสัมพันธ์ 2 มหาอำนาจโลก

หนึ่งในแง่มุมที่น่าสนใจที่สุดคือ เรื่องภาพลักษณ์และพิธีการต้อนรับ ทรัมป์เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับภาพลักษณ์และชื่นชอบการต้อนรับที่ยิ่งใหญ่ ซึ่ง สี จิ้นผิง และรัฐบาลจีนเข้าใจโจทย์นี้เป็นอย่างดี

เริ่มจากการส่ง หาน เจิ้ง รอง ปธน.จีน ซึ่งเป็นทูตคนสำคัญให้ไปต้อนรับทรัมป์ทันทีที่เครื่องบินแตะรันเวย์ในคืนวันพุธที่ 13 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น สร้างความประทับใจให้แก่ทรัมป์อย่างมาก โดยเขามองว่านี่คือการแสดงออกถึงความเคารพต่อสหรัฐฯ

ในวันต่อมา ทรัมป์ได้รับการต้อนรับด้วยพิธีการที่หรูหราตระการตาบริเวณหน้ามหาศาลาประชาชน มีทั้งวงดุริยางค์ทหาร การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และกลุ่มเด็กนักเรียนที่มาโบกธงชาติต้อนรับ ซึ่งทำให้ทรัมป์มีท่าทางปลาบปลื้มอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังแสดงท่าทีให้เกียรติเจ้าบ้านอย่างที่หาได้ยาก เช่น การไม่ตอบคำถามของกลุ่มผู้สื่อข่าวอเมริกันที่พยายามตะโกนถามเรื่องไต้หวันในระหว่างเดินชมหอสักการะฟ้าเทียนถาน รวมถึงการยอมจิบแชมเปญในงานเลี้ยงอาหารค่ำ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เลย

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ความพิเศษขั้นสูงสุดเกิดขึ้นในวันนี้ (15 พ.ค.) เมื่อ สี จิ้นผิง นำทรัมป์เดินชมสวนเป็นการส่วนตัวภายใน "จงหนานไห่" ซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจอันลึกลับของพรรคคอมมิวนิสต์จีน น้อยคนนักที่จะมีโอกาสได้เข้าไปสัมผัสพื้นที่แห่งนี้ สี จิ้นผิง ระบุว่าการเชิญทรัมป์มาครั้งนี้เป็นการตอบแทนที่ทรัมป์เคยเปิดรีสอร์ท มาร์-อา-ลาโก ต้อนรับเขาในอดีต

การทูตที่ประณีตเหล่านี้ สามารถบรรลุเป้าหมายในการสร้างภาพลักษณ์แห่งเสถียรภาพได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทรัมป์ ได้กล่าวยกย่องสี จิ้นผิง ปิดท้ายว่า "เขาเป็นคนนิ่ง ๆ ที่ยอดเยี่ยมมาก ไม่มีเล่นเกม ไม่มีคุยเรื่องไร้สาระ โฟกัสแต่เรื่องธุรกิจอย่างเดียว และผมชอบคนแบบนั้น" การเยือนปักกิ่งครั้งนี้จึงจบลงด้วยภาพความพึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่าย แม้ปัญหาลึก ๆ จะยังคงรอการแก้ไขในอนาคตก็ตาม

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

ปิดทริปปักกิ่ง สหรัฐฯ-จีนสัมพันธ์ราบรื่น แม้ไร้ข้อสรุปดีลใหญ่

อ่านข่าวอื่น :

"ฤดูน้ำแดง 2569" เริ่ม 16 พ.ค. คุ้มครองสัตว์น้ำจืดมีไข่ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศแหล่งน้ำ

ดีเอสไอยังไม่รับคดี "ซุน หมิงเฉิน" เป็นคดีพิเศษ

DSI ลุยสอบนอมินี "สมุย-พะงัน" 34 บริษัท ส่อถือหุ้นแทนต่างชาติ