วันนี้ (17 พ.ค.2569) นายศักดิ์ศรี ศรีไสคำ คนขับรถรับคนงานก่อสร้าง ซึ่งจอดรถกระบะอยู่ข้างรถเมย์สาย 206 ที่ถูกรถไฟชน เดินทางมาลงบันทึกประจำวันที่ สน.มักกะสัน กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุตัวเองจอดรถอยู่ข้างรถเมล์ซึ่งคร่อมอยู่บนรางรถไฟ โดยก่อนเกิดเหตุตัวเองได้ยินเสียงสัญญาณเตือนและเสียงหวอดรถไฟ เพียงแป๊บเดียว และตัวเองก็มองไม่เห็นว่ารถไฟมา ยอมรับว่า ขณะที่รถไฟมา เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็ว ทำให้ตัวเองไม่สามารถหนีออกจากรถหรือขยับรถหนีได้ทัน จนรถถูกชนและลากไป
เปิดใจคนขับกระบะขนคนงาน มองไม่เห็นไม้กั้นรถไฟ ยอมรับ เป็นบทเรียน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ตัวเองและคนงานในรถอีก 7 คน ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งขณะนี้คนงาน 2 คน อยู่ระหว่างนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล ส่วนตัวเองได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยบริเวณหน้าอก และใต้ชายโครง เพราะเกิดจากการกระแทก ส่วนรถของตัวเองก็ได้รับความเสียหายค่อนข้างมาก
ทั้งนี้ยอมรับว่า หลังเกิดเหตุตัวเอง รู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่กล้าขับรถผ่านจุดเกิดเหตุ และยืนยันว่าจะไม่จอดคร่อมรางรถไฟอีก เพราะเหตุการณ์นี้ถือเป็นบทเรียนให้ตัวเองอย่างมาก
นายศักดิ์ศรี ยังระบุอีกว่า เดิมทีตัวเองขับขี่รถผ่านจุดเกิดเหตุบ่อยครั้ง แต่ไม่เคยพบเห็นเหตุการณ์ลักษณะนี้ ซึ่งทุกทีจะมีไม้กั้นหรือแผงเหล็กกั้นทุกครั้งเมื่อมีรถไฟมา แต่เมื่อวานที่ผ่านมาตัวเองไม่เห็นว่ามีไม้กั้น และปกติตัวเองก็เห็นว่ามักจะมีรถจอดคร่อมรางรถไฟอยู่บ้างในช่วงที่รถติด ส่วนการเยียวยา ล่าสุด ตัวแทนจากฝั่งรถเมล์ได้ติดต่อมาพูดคุยแนวทางการช่วยเหลือเยียวยาและช่วยค่าซ่อมรถในเบื้องต้น
อ่านข่าว:
นายกฯ เยี่ยมผู้บาดเจ็บเหตุรถไฟชนรถเมล์ รพ.คามิลเลียน ยังนอน ICU 2 คน
นายกฯ เผยคนขับรถไฟ-รถเมล์สภาพจิตใจแย่มาก เล็งขุดอุโมงค์จุดตัดรถไฟ
ญาติเหตุรถไฟชนรถเมล์ทยอยตรวจ DNA อีก 6 ร่างเร่งพิสูจน์อัตลักษณ์
