รัสเซีย-จีน กระชับสัมพันธ์รอบใหม่ ท่ามกลางเกมอำนาจสหรัฐฯ

ต่างประเทศ
06:38
จำนวนผู้ชม 65
รัสเซีย-จีน กระชับสัมพันธ์รอบใหม่ ท่ามกลางเกมอำนาจสหรัฐฯ
ปูตินเดินทางเยือนจีนอย่างเป็นทางการ 2 วัน เพื่อหารือกับ สี จิ้นผิง ท่ามกลางความสนใจจากทั่วโลก หลังจากการเยือนจีนของ โดนัลด์ ทรัมป์ ทั้งสองเตรียมยกระดับความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากสงครามยูเครนและความตึงเครียดระดับโลก

วันนี้ (20 พ.ค.2569) ปธน.วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว เพื่อเริ่มต้นภารกิจการเยือนอย่างเป็นทางการเป็นระยะเวลา 2 วัน ท่ามกลางการต้อนรับอย่างสมเกียรติและอบอุ่นจาก หวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน พร้อมด้วยกองเกียรติยศและกลุ่มเยาวชนที่มาร่วมแสดงความยินดี

การเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 25 ของผู้นำรัสเซีย ซึ่งเป็นที่จับตามองจากประชาคมโลกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกิดขึ้นภายหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ปธน.สหรัฐฯ เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 9 ปีไปเพียงไม่ถึง 1 สัปดาห์ ทำให้หลายฝ่ายมองว่านี่คือความพยายามของ ปธน.สี จิ้นผิง ในการรักษาสมดุลความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจโลก

ตามกำหนดการ ปธน.ปูตินจะเข้าร่วมการหารือทวิภาคีระดับสูงกับ ปธน.สี จิ้นผิง โดยทำเนียบ ปธน.รัสเซีย ได้เปิดเผยว่า วาระการประชุมจะครอบคลุมตั้งแต่การขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนทรรศนะในประเด็นสำคัญระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ

สอดคล้องกับการแถลงของโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนที่ระบุว่า การพบปะครั้งนี้จะเป็นโอกาสอันดีในการเดินหน้ายกระดับและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้มีความแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเสถียรภาพและสร้างพลังบวกให้แก่ประชาคมโลก

การเยือนในครั้งนี้ยังแฝงนัยสำคัญทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ทางการทูต เนื่องจากประจวบเหมาะกับวาระครบรอบ 25 ปี ของการลงนามในสนธิสัญญาความเป็นพันธมิตรและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดีระหว่างจีนและรัสเซีย (Sino-Russian Treaty of Friendship) ที่ได้ทำร่วมกันไว้เมื่อปี 2544

ตลอดจนเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการสถาปนาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ระหว่าง 2 ชาติ ก่อนการเดินทาง ปธน.ปูติน ได้กล่าวผ่านแถลงการณ์รูปแบบวิดีโอยกย่องความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและจีนว่า ได้ก้าวขึ้นสู่ระดับสูงสุดอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ทั้งในมิติของความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

เน้นย้ำว่าทั้ง 2 ประเทศ พร้อมเดินหน้าความร่วมมือบนหลักการแห่งความเท่าเทียม ผลประโยชน์ร่วมกัน และการสนับสนุนกันและกันในประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อผลประโยชน์หลักของชาติ ซึ่งรวมถึงการรักษาอธิปไตยและความเป็นเอกภาพแห่งชาติ นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่าความร่วมมือที่ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง และการป้องกันประเทศ กำลังมีบทบาทสำคัญในการสร้างเสถียรภาพให้แก่ระเบียบโลก

แม้ ยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาประจำทำเนียบ ปธน.รัสเซีย จะออกมายืนยันว่ากำหนดการเยือนจีนในครั้งนี้ได้ถูกตกลงและเตรียมการไว้ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ และไม่มีความเชื่อมโยงใด ๆ กับการเยือนของ โดนัลด์ ทรัมป์

แต่นักวิเคราะห์ทางการเมืองระหว่างประเทศหลายสำนักกลับมองว่า ห้วงเวลาดังกล่าวอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ทว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการทูตที่ชัดเจนจากรัสเซีย เพื่อสื่อสารไปยังสหรัฐอเมริกาว่า แม้ผู้นำสหรัฐฯ จะสามารถเยือนจีนได้ ทว่าสายสัมพันธ์ระหว่างกรุงมอสโกและกรุงปักกิ่งนั้นมีความลึกซึ้ง แนบแน่น และเป็นมิตรมากกว่าอย่างมีนัยสำคัญ

ในมิติทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ทวิภาคีเชิงลึก ปฏิเสธไม่ได้ว่าสภาวะดังกล่าวได้แปรเปลี่ยนไปนับตั้งแต่รัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2565 จีนซึ่งประกาศวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้ง ได้ก้าวขึ้นมาเป็นคู่ค้าอันดับ 1 และเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรวมถึงก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของรัสเซีย ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจและการเงินอย่างรุนแรงจากสหรัฐฯ และยุโรป

ทำให้นักวิเคราะห์ประเมินว่า ความสัมพันธ์ด้านพลังงานและการค้ากำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่สมดุล โดยในปัจจุบันรัสเซียมีความจำเป็นต้องพึ่งพาจีนทางเศรษฐกิจมากกว่าที่จีนต้องพึ่งพารัสเซีย

นอกจากนี้ บริบทด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกยังมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เมื่อพิจารณาถึงความขัดแย้งที่กำลังปะทุขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่ง โดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งออกมายอมรับว่าได้สั่งระงับแผนการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในนาทีสุดท้าย และยังคงขู่ว่าอาจเปิดการโจมตีระลอกใหม่หากไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น

สถานการณ์ดังกล่าวไม่เพียงแต่ดึงความสนใจและทรัพยากรของรัฐบาลวอชิงตันออกจากสมรภูมิในยูเครน แต่รัสเซียยังอาจคาดหวังว่าความขัดแย้งนี้จะส่งผลให้ความต้องการน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของรัสเซียโดยตรง ท่ามกลางความพยายามของมหาอำนาจในการเจรจาและรักษาดุลยภาพที่ยังคงไม่มีความชัดเจนและทวีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง การพบปะระหว่างผู้นำรัสเซียและจีนในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางการเมืองโลกในระยะต่อไป

อ่านข่าวอื่น :

อาร์เซนอล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในรอบ 22 ปี

สภาพอากาศวันนี้ ไทยตอนบนยังอ่วม ฝนฟ้าคะนองปกคลุม 60-70% พื้นที่

“อิหร่าน” ยื่นข้อเสนอถึง “สหรัฐฯ” ยุติเป็นปรปักษ์ - ปลดอายัดเงิน