รวบชายไนจีเรียร่วมหญิงไทยขนเฮโรอีนซุกถุงขนม ยึด 65.5 กก.มูลค่า 200 ล้าน

อาชญากรรม
12:35
จำนวนผู้ชม 46
รวบชายไนจีเรียร่วมหญิงไทยขนเฮโรอีนซุกถุงขนม ยึด 65.5 กก.มูลค่า 200 ล้าน
Botnoi Voice
บช.ก.แถลงจับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ ชายไนจีเรียร่วมกับหญิงคนไทย ขนเฮโรอีน 65.5 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จำหน่ายแหล่งท่องเที่ยว กรุงเทพฯ พัทยา และ ภูเก็ต

วันนี้ (20 พ.ค.2569) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ พร้อมตรวจยึดเฮโรอีนน้ำหนักรวม 65.5 กิโลกรัม ซึ่งถูกซุกซ่อนอำพรางอยู่ภายในถุงขนมและถุงอาหารสัตว์ มูลค่ารวมประมาณ 200 ล้านบาท

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาได้รวม 3 คน เมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ผู้หญิงคนไทย 2 คน และชายสัญชาติไนจีเรีย 1 คน

เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

รวบชายไนจีเรียร่วมหญิงไทยขนเฮโรอีนซุกถุงขนม ยึด 65.5 กก.มูลค่า 200 ล้าน

รวบชายไนจีเรียร่วมหญิงไทยขนเฮโรอีนซุกถุงขนม ยึด 65.5 กก.มูลค่า 200 ล้าน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า ก่อนการจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับการประสานข้อมูลจากตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จ.หนองคาย ว่า มีกลุ่มเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดชาวต่างชาติผิวสี สัญชาติไนจีเรีย เข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และมีพฤติการณ์ร่วมกับหญิงชาวไทยในการลักลอบลำเลียงยาเสพติดประเภทเฮโรอีน เพื่อกระจายจำหน่ายตามแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย เช่น กรุงเทพมหานคร พัทยา และ ภูเก็ต

จากการสืบสวนพบว่า หนึ่งในหญิงชาวไทยมีพฤติกรรมลักลอบเดินทางออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนเดินทางกลับเข้ามาในประเทศไทยและเข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าตรวจสอบ และพบหญิงไทยตรงตามข้อมูลของสายลับ ก่อนขยายผลจนสามารถติดตามจับกุม MR.CHIADIKAOBI ชาวไนจีเรีย พร้อมของกลางเฮโรอีนจำนวน 49.5 กิโลกรัม ที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในถุงขนมเพื่ออำพรางสายตาเจ้าหน้าที่

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนนำไปสู่การจับกุม น.ส.สมพร ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพ (สายใต้ใหม่) พร้อมเฮโรอีนเพิ่มเติมอีก 16 กิโลกรัม ซึ่งจากการตรวจสอบโดยละเอียดในภายหลัง ทำให้ยอดรวมของกลางทั้งหมดอยู่ที่ 65.5 กิโลกรัม

รวบชายไนจีเรียร่วมหญิงไทยขนเฮโรอีนซุกถุงขนม ยึด 65.5 กก.มูลค่า 200 ล้าน

รวบชายไนจีเรียร่วมหญิงไทยขนเฮโรอีนซุกถุงขนม ยึด 65.5 กก.มูลค่า 200 ล้าน

จากการสอบสวนในชั้นจับกุม MR.CHIADIKAOBI และ น.ส.สมพร ให้การว่า เฮโรอีนที่ตรวจยึดได้ทั้งหมด รับมาจาก น.ส.กัลยรัตน์ เพื่อนำไปส่งต่อให้ผู้ค้ารายย่อย ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะเครือข่ายชาวไนจีเรีย ที่กระจายยาเสพติดไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในประเทศไทย เช่น พัทยาและภูเก็ต

นอกจากนี้ น.ส.สมพร ยังให้การสอดคล้องกันว่า ขณะถูกจับกุมกำลังจะเดินทางนำเฮโรอีนไปส่งให้ผู้ค้ารายย่อยใน จ.ภูเก็ต แต่ถูกเจ้าหน้าที่สกัดจับได้เสียก่อน

เจ้าหน้าที่ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้ต้องหาทั้ง 3 คนไม่เคยพบกันมาก่อน แต่ติดต่อสื่อสารกันผ่านช่องทางออนไลน์ในลักษณะ สแกมลวงรักโดยเครือข่ายจะตีสนิทหญิงไทยผ่านโลกออนไลน์ ก่อนหลอกใช้ให้เป็นผู้ขนส่งยาเสพติด โดยมีค่าจ้างต่อครั้งประมาณ 30,000 บาท

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า หากเฮโรอีนล็อตดังกล่าวหลุดรอดออกสู่ตลาดยาเสพติด ในแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ จะมีราคาซื้อขายประมาณกรัมละ 3,500 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาท

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน มีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 มาตรา 145 วรรค 3 มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 5 ปี ถึงจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 500,000 บาท ถึง 5,000,000 บาท หรือโทษประหารชีวิต

ทั้งนี้ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ยังฝากเตือนหญิงไทยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มชาวต่างชาติที่ใช้วิธีตีสนิทผ่านโลกออนไลน์ ก่อนหลอกให้ช่วยรับ-ส่งสิ่งของ โดยเฉพาะพัสดุหรือกระเป๋าที่มีการปิดผนึก หรืออำพรางในลักษณะต่าง ๆ เช่น ถุงขนมหรือถุงอาหารสัตว์ เพราะอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ และอาจต้องรับโทษร้ายแรงถึงขั้นประหารชีวิต

ด้าน พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก.1 ป. กล่าวว่า ขบวนการค้ายาเสพติดมักเลือกใช้หญิงไทยเป็นผู้ลำเลียงยาเสพติด เนื่องจากสะดวกต่อการเดินทาง และไม่เป็นที่สงสัยของเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะการใช้ผู้หญิงเป็นผู้ขนส่ง ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ขบวนการประสบความสำเร็จมาแล้วหลายครั้ง อีกทั้งเจ้าหน้าที่ยังเชื่อว่า กลุ่มชาวไนจีเรียบางส่วนมีพฤติการณ์เข้ามาตีสนิทหญิงไทยในลักษณะคู่รักหรือภรรยา เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายลำเลียงยาเสพติด

ที่ผ่านมารัฐบาลได้เปิดมาตรการฟรีวีซา 90 วัน ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยจำนวนมาก แม้ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี แต่พบว่ามีบางส่วนใช้ช่องทางดังกล่าวเข้ามาก่อเหตุหรือซ่อนตัวเพื่อวางแผนกระทำผิดกฎหมาย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงร่วมมือกับสถานทูตประเทศต่าง ๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อติดตามจับกุมผู้ที่อาศัยช่องทางดังกล่าวเข้ามากระทำความผิดในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

ส่วนกรณีนายซุน หมิงเฉิน นั้นประวัติการตรวจสอบไม่พบการกระทำความผิด ไม่พบข้อมูลอยู่ในระบบ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับสถานทูตและผู้ช่วยทูตฝ่ายตำรวจของประเทศจีนอย่างใกล้ชิด โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันมาโดยตลอด และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังมีปฏิบัติการร่วมกับทางการจีนในการติดตามผู้กระทำผิดในลักษณะนี้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

อ่านข่าว :

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับสั่งจำคุก 3 ปี ไม่รอลงอาญา "โตโต้ ปิยรัฐ " คดี ม.112

คุมตัว "ไพศาล" หมอดูชื่อดัง สอบปากคำกองปราบ คดีล่วงละเมิดทางเพศ

รฟท.แจงเหตุชายถูก รถไฟเฉี่ยวชน ยันผู้บาดเจ็บ ลักลอบฝ่าแนวแบริเออร์