ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดใช้โมเดล AI (เช่น Evo1, Evo2) สร้างรหัสพันธุกรรมของไวรัสฟาจ ซึ่งหลังจากการสังเคราะห์และทดสอบ พบว่าฟาจที่สร้างขึ้นหลายชนิดมีประสิทธิภาพเหนือกว่าต้นแบบ เปิดทางสู่การผลิตยาเฉพาะบุคคลและฟาจที่ออกแบบมาเพื่อการรักษาโดยเฉพาะ
การใช้ AI ช่วยเร่งกระบวนการค้นพบและพัฒนายาต้านไวรัสอย่างมหาศาล ด้วยความสามารถในการคัดกรองสารประกอบนับพันล้านชนิด ทำนายโครงสร้างโปรตีน และติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสได้อย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการพัฒนาจากหลายปีเหลือเพียงไม่กี่วัน
แม้ AI จะมีศักยภาพสูง แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนถึงการขาดการกำกับดูแลและมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกสำหรับการออกแบบทางชีวภาพด้วย AI รวมถึงความเสี่ยงจากการนำไปใช้ในทางที่ผิด และช่องโหว่ในการคัดกรองการสังเคราะห์ DNA ที่อาจนำไปสู่การสร้างสารชีวภาพอันตรายได้
ใช้ AI เป็น แต่อาจคิดเองไม่เป็น รัฐบาลนอร์เวย์เล็งกลับมาใช้หนังสือ ห้ามเด็กประถม Gen Alpha ใช้ AI
งานวิจัยจาก MIT ชี้ผู้ใช้ AI อาจเกิด 'หนี้ทางปัญญา' (Cognitive Debt) ทำให้การเชื่อมโยงของระบบประสาทอ่อนลง และจำงานเขียนตัวเองไม่ได้เมื่อไม่มี AI ช่วย โดยกลุ่มคนอายุน้อยมักได้รับผลกระทบหนักที่สุด
สวนทางกับนอร์เวย์ ไทยเดินหน้าผลักดัน AI ในการศึกษาเต็มที่ โดยกระทรวงศึกษาธิการออกคู่มือและแผนพัฒนาครูต่อเนื่อง แต่ยังขาดกรอบการกำกับดูแลการใช้ AI ตามช่วงวัยของนักเรียนที่ชัดเจน
บทความย้ำว่า AI ควรเป็นเครื่องมือช่วยทุ่นแรงเมื่อทักษะพื้นฐานมั่นคงแล้ว ไม่ใช่การยอมจำนนทางปัญญา ที่อาจทำให้เด็กรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีเป็นแต่ขาดทักษะการคิดวิเคราะห์และเรียบเรียงภาษาด้วยตนเอง