“ลูกเห็บหลงฤดู” เหตุการณ์ลูกเห็บตกกลางกรุง เมื่อ 1 ต.ค. 69 ทำไมโรคฉี่หนูถึงต้องเฝ้าระวังหลังน้ำท่วม ? 5 ข้อรู้จักและป้องกัน “ไวรัสนิปาห์” AI In-Brief สรุปเรื่องเด่นน่ารู้ Thai PBS Now ดูทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์ ปัดขึ้นเพื่อเริ่มอ่าน เลื่อนลงเพื่อเริ่มอ่าน AI อาจผิดพลาดได้ โปรดตรวจสอบอีกครั้ง
5 ข้อรู้จักและป้องกัน “ไวรัสนิปาห์” 27 ม.ค. 15:05 สรุปประเด็นสำคัญโดย AI / ติชม ไวรัสนิปาห์เป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนและคนสู่คนที่รู้จักมานานกว่า 30 ปี โดยมีค้างคาวผลไม้เป็นพาหะหลัก พบการระบาดในเอเชียใต้และตะวันออกเฉียงใต้ แต่ยังไม่พบในประเทศไทยผู้ป่วยมีอาการเริ่มต้นคล้ายไข้หวัดใหญ่ แต่สามารถพัฒนาไปสู่ภาวะสมองอักเสบ ปอดบวม หัวใจล้มเหลว และอาจเสียชีวิตได้ เนื่องจากยังไม่มียาหรือวัคซีนเฉพาะในการรักษาการป้องกันทำได้โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์พาหะ เช่น ค้างคาวผลไม้ ไม่กินผลไม้ที่ร่วงหล่นหรือมีรอยกัดแทะ และดูแลสัตว์เลี้ยงให้ปลอดภัยจากมูลค้างคาว หากมีอาการน่าสงสัยควรรีบพบแพทย์แม้มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 32-70% แต่ไวรัสนิปาห์มีการแพร่กระจายเชื้อต่ำกว่าไข้หวัดใหญ่หรือโควิด-19 ทำให้การระบาดยังคงจำกัดอยู่ในวงแคบ ไม่ก่อให้เกิดการระบาดใหญ่อินเดียมีการระบาดล่าสุด ส่งผลให้หลายประเทศในเอเชีย รวมถึงไทย เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังและคัดกรองผู้เดินทางอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ
ทำไมโรคฉี่หนูถึงต้องเฝ้าระวังหลังน้ำท่วม ? วันนี้ 12:27 สรุปประเด็นสำคัญโดย AI / ติชม โรคฉี่หนูเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในปัสสาวะสัตว์พาหะ เช่น หนู ที่ปนเปื้อนในน้ำท่วมหรือดินชื้นแฉะ เชื้อเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ผ่านบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนังเมื่อสัมผัสน้ำที่ปนเปื้อน จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งในช่วงน้ำท่วมอาการมีตั้งแต่ไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อรุนแรง (โดยเฉพาะน่อง) ตาแดง ไปจนถึงขั้นรุนแรง เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง ไตวาย หรือมีเลือดออกในปอด ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหากไม่รีบพบแพทย์และรับการรักษาอย่างทันท่วงทีป้องกันโรคได้โดยหลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำเปล่า สวมรองเท้าบู๊ทป้องกัน ทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัส และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์หนูเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อนอกจากโรคฉี่หนูแล้ว ยังมีโรคอื่น ๆ ที่ควรระวังในช่วงน้ำท่วม เช่น โรคตาแดง โรคไข้ดิน (เมลิออยโดสิส) และโรคมือเท้าปาก ซึ่งล้วนติดต่อผ่านการสัมผัสน้ำหรือสิ่งปนเปื้อน