วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีตัวช่วยดักจับคาร์บอน! นักวิทย์ใช้แบคทีเรีย “เร่งหินผุ” 2.6 เท่า ช่วยดึงคาร์บอนจากอากาศลงทะเล4 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี“หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย” สูญเสียน้ำใต้ดิน 24 พันล้านตันทุกปี เรื่องนี้บอกอะไร? คนใช้น้ำทั่วโลก4 ประเด็นEnvironmentซูเปอร์เอลนีโญ! จะอยู่กันอย่างไรถ้าไทยร้อนขึ้น 1.5 องศา3 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีได้ทั้งเก็บและจ่ายไฟ! อุปกรณ์เก็บพลังงาน ช่วยเสริมโครงสร้าง ถอดชิ้นส่วนรีไซเคิลได้3 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีการบินโฉบผ่านดาวอังคารของยานเฮรา ได้มาซึ่งหลักฐานทฤษฎีการชนครั้งใหญ่ของดวงจันทร์ดีมอส4 ประเด็นสรุปเรื่องเด่นน่ารู้จาก Thai PBS Nowดูทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์ปัดขึ้นเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปเลื่อนลงเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปสรุปประเด็นสำคัญด้วย AIควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งจากเนื้อหาฉบับเต็ม
ซูเปอร์เอลนีโญ! จะอยู่กันอย่างไรถ้าไทยร้อนขึ้น 1.5 องศา14 ก.ค. 17:07สรุปประเด็นสำคัญโดย AIประเทศไทยกำลังเผชิญกับ "ซูเปอร์เอลนีโญ" ที่คาดว่าทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้น 1.5 องศาอย่างถาวรภายในปี 2030 ซึ่งเกิดจากการที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลแปซิฟิกสูงเกิน 2 องศาจากค่าเฉลี่ย ส่งผลให้สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรงและถี่ขึ้นกว่าในอดีตปรากฏการณ์นี้ก่อให้เกิดภัยแล้งรุนแรง ฝนทิ้งช่วงยาวนาน ไฟป่า ปะการังฟอกขาว และน้ำเค็มรุกเข้าแม่น้ำ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคเกษตรกรรม (ผลผลิตลดฮวบ 70% สำหรับนาปรัง) ประมง (ปลาอพยพ) และผู้ใช้แรงงานกลางแจ้ง (เสี่ยงฮีทสโตรกจากอุณหภูมิที่รู้สึกได้จริงอาจสูงถึง 50 องศา)การรับมือต้องเริ่มจากการบริหารจัดการน้ำอย่างเร่งด่วน (กักเก็บน้ำ, กำหนดโควตา), เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยหรือทำเกษตรแบบประณีต, ภาครัฐต้องยกระดับเป็นภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อปลดล็อกงบประมาณ และประชาชนต้องปรับพฤติกรรมการใช้น้ำอย่างประหยัดและดูแลสุขภาพเพื่อรับมือกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น
“หอเก็บน้ำแห่งเอเชีย” สูญเสียน้ำใต้ดิน 24 พันล้านตันทุกปี เรื่องนี้บอกอะไร? คนใช้น้ำทั่วโลกเมื่อวานนี้ 16:59สรุปประเด็นสำคัญโดย AIหอเก็บน้ำแห่งเอเชีย ซึ่งประกอบด้วยเทือกเขาหิมาลัยและที่ราบสูงทิเบต กำลังสูญเสียน้ำใต้ดินปริมาณมหาศาลถึง 24.2 พันล้านตันต่อปี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับผู้คนหลายร้อยล้านคนในกว่าสิบประเทศการศึกษาโดยใช้ข้อมูลดาวเทียมและ AI เผยว่า สาเหตุหลักของการลดลงของน้ำใต้ดินมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูบน้ำของมนุษย์เพื่อการเกษตรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในลุ่มน้ำที่มีประชากรหนาแน่นและต้องการน้ำสูงการลดลงของน้ำใต้ดินส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก เนื่องจาก 70% ของน้ำใต้ดินถูกใช้ในการผลิตทางการเกษตร และแหล่งน้ำสำคัญ 21 จาก 37 แห่งทั่วโลกกำลังถูกใช้หมดเร็วกว่าอัตราการเติมเต็มตามธรรมชาตินักวิจัยคาดการณ์ว่าหากยังคงใช้น้ำในรูปแบบปัจจุบัน การสูญเสียน้ำใต้ดินจะเร่งตัวขึ้นอีก จึงจำเป็นต้องมีการใช้น้ำอย่างชาญฉลาด เช่น ใช้เทคโนโลยีประหยัดน้ำ ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย และฟื้นฟูพื้นที่ชุ่มน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตการณ์น้ำในอนาคต