ซูเปอร์เอลนีโญ! จะอยู่กันอย่างไรถ้าไทยร้อนขึ้น 1.5 องศา


Environment

คมสัน ประมูลมาก

Thai PBS
แชร์

ซูเปอร์เอลนีโญ! จะอยู่กันอย่างไรถ้าไทยร้อนขึ้น 1.5 องศา

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4188

ซูเปอร์เอลนีโญ! จะอยู่กันอย่างไรถ้าไทยร้อนขึ้น 1.5 องศา

“ก็แดดมันร้อน คนไม่ใช่หุ่นยนต์ ที่จะทนตากแดดทั้งวัน” 

ท่อนฮุคคุ้นหูจากเพลงฮิตบนโลกออนไลน์ ที่บ่งบอกถึงการไม่ทนความร้อนของคนไทยได้เป็นอย่างดี ดังนั้นแค่ลองคิดดูว่า หากอุณหภูมิสูงขึ้น 1 องศา จากปรากฏการณ์เอลนีโญ คงยากที่จะทนกันไหว เพราะประเทศไทยจะร้อนผ่าวยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ผลผลิตทางการเกษตรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ซ้ำร้ายในความเป็นจริง นักวิทยาศาสตร์ได้คำนวณและประเมินแล้วว่า ภายใน ค.ศ. 2030 โลกของเราจะมีอุณหภูมิความร้อนทะลุ 1.5 องศา อย่างถาวร ดังนั้นในเมื่อความแปรปรวนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกในอนาคต คำถามที่ตามมาก็คือเราจะอยู่กันอย่างไร หากประเทศไทยต้องเผชิญกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ต้องมีวิธีการเตรียมการรับมือ และปรับตัวอย่างไรถึงจะอยู่รอดปลอดภัย

ซูเปอร์เอลนีโญ และมหันตภัยที่กำลังจะมาถึง

องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (NOAA) ได้ใช้จุดอ้างอิงบริเวณกลางมหาสมุทรแปซิฟิกเป็นเกณฑ์วัด หากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลตรงนั้นสูงเกิน 0.5 องศาจากค่าเฉลี่ย จะถือว่าโลกเข้าสู่ภาวะเอลนีโญ และหากอุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 2 องศา จะถูกยกระดับเป็น "ซูเปอร์เอลนีโญ" ซึ่งการที่โลกร้อนขึ้นเป็นทุนเดิม ทำให้โอกาสในการเกิดซูเปอร์เอลนีโญง่ายขึ้น ถี่ขึ้น และรุนแรงขึ้นกว่าในอดีต

โอกาสในการเกิดซูเปอร์เอลนีโญง่ายขึ้นกว่าในอดีต (Photo by Jack TAYLOR_AFP)

โอกาสในการเกิดซูเปอร์เอลนีโญง่ายขึ้นกว่าในอดีต (Photo by Jack TAYLOR_AFP)

ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะทำให้ทิศทางลมที่ควรจะพัดพาความชุ่มชื้นจากฝั่งอเมริกามายังฝั่งเอเชียอ่อนกำลังลง และเมื่อความชุ่มชื้นไปไม่ถึง เมฆฝนก็ไม่ก่อตัว จนเกิดความแห้งแล้งตามมาอย่างหนัก เกิดเป็นความแปรปรวนของสภาพอากาศขั้นรุนแรง แม้จะเข้าสู่ฤดูฝน แต่ปริมาณฝนจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เกิดเป็นภาวะฝนทิ้งช่วงยาวนาน จนต้องเผชิญกับภัยแล้งที่รุนแรงต่อเนื่องข้ามปี น้ำที่กักเก็บไว้ก็จะพร่องตัวลงไปเรื่อย ๆ 

ผืนป่าที่แห้งแล้งจากความร้อนก็จะกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้เกิดไฟป่าที่รุนแรงและลุกลามได้ง่าย ส่งผลต่อเนื่องไปยังปัญหาฝุ่นควันและ PM 2.5 ที่จะยาวนานขึ้นกว่าทุกปี ในมหาสมุทรจะเกิดคลื่นความร้อนในทะเล นำไปสู่ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวอย่างรุนแรง หญ้าทะเลตาย ห่วงโซ่อาหารและระบบนิเวศชายฝั่งพังทลาย ส่วนในบริเวณขั้วโลกการละลายของน้ำแข็ง จะทำให้น้ำเค็มรุกเข้ามาในแม่น้ำสายหลัก ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบผลิตน้ำประปา ทำลายพื้นที่เกษตรกรรมจากภาวะดินเค็ม

อาชีพที่อาจได้รับผลกระทบก่อนเพื่อนถ้าเกิดซูเปอร์เอลนีโญ

ประเทศเกษตรกรรมอย่างประเทศไทย ถือเป็นแนวหน้าที่ต้องรับแรงกระแทกเต็ม ๆ เพราะการขาดแคลนน้ำจะทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการทำนาปรังที่อาจได้ผลผลิตลดลงถึง 70% หรือเสียหายย่อยยับหากไม่มีน้ำหล่อเลี้ยง ชาวสวนผลไม้ก็สาหัสไม่แพ้กัน อากาศที่แปรปรวน ร้อนจัดสลับกับฝนหลงฤดู ทำให้ผลไม้เช่น ทุเรียน ลำไย เงาะ และมังคุด ไม่ออกดอกติดผล หรือร่วงหล่นจนหมดต้น

เกษตรกร ชาวประมง ผู้ใช้แรงงาน แนวหน้าที่อาจได้รับผลกระทบก่อนเพื่อน

ชาวประมงพื้นบ้านจะได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิน้ำทะเลที่ร้อนจัด ทำให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอพยพลงสู่น้ำลึก หรือว่ายออกห่างจากฝั่งไปเป็นสิบกิโลเมตร ซึ่งเรือประมงขนาดเล็กของชาวบ้านจะไม่สามารถเดินทางไปจับปลาในระยะไกลได้ ทำให้สูญเสียแหล่งทำกิน รวมไปถึงเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและสัตว์น้ำต้องแย่งชิงน้ำเพื่อสูบเข้าบ่อ และสัตว์น้ำอาจตายยกบ่อจากอุณหภูมิน้ำที่ร้อนจัด

ผู้ใช้แรงงานกลางแจ้งมีความเสี่ยงสูงในการรับผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญ

ผู้ใช้แรงงานกลางแจ้งมีความเสี่ยงสูงในการรับผลกระทบจากซูเปอร์เอลนีโญ

ส่วนใครที่ทำงานอยู่กลางแจ้ง เช่น ผู้ใช้แรงงาน สภาพอากาศที่ร้อนจัดอุณหภูมิที่รู้สึกได้จริงอาจพุ่งสูงแตะ 50 องศา ทำให้การทำงานกลางแจ้งเสี่ยงต่อภาวะฮีตสโตรก ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ หรืออาจต้องหยุดงาน ขาดรายได้ ร้ายแรงสุดคือเสียชีวิต

ทางรอด วิธีรับมือเมื่อเผชิญกับซูเปอร์เอลนีโญ

การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าเรื่องการบริหารจัดการน้ำคือสิ่งที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะในช่วงเดือนกรกฎาคม - สิงหาคม ที่ฝนตกลงมาอย่างหนัก ประชาชนและหน่วยงานรัฐต้องเร่งกักเก็บน้ำให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการขุดบ่อ สร้างฝาย หรือทำแก้มลิงธรรมชาติ พร้อมกำหนดโควตาการใช้น้ำของแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน และลดการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำหลักโดยไม่จำเป็น

เกษตรกรไม่สามารถทำเกษตรแบบเดิมได้อีกต่อไป ต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ต้องมีการลดพื้นที่การทำนาปีลง 30% และนาปรังลง 50% เพื่อสงวนน้ำ รัฐบาลต้องส่งเสริมให้ปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน หรือเปลี่ยนไปทำเกษตรแบบประณีต เช่น การรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้ทางวิชาการ การตัดแต่งกิ่ง และการทำผลไม้นอกฤดูเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มชดเชยปริมาณที่ลดลง

เกษตรกรต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไม่สามารถใช้น้ำแบบเดิมได้อีกต่อไป

เกษตรกรต้องเปลี่ยนพฤติกรรมไม่สามารถใช้น้ำแบบเดิมได้อีกต่อไป

ภาครัฐจำเป็นที่จะต้องยกระดับปัญหาเอลนีโญและภัยแล้งให้เป็นภัยพิบัติระดับชาติ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางงบประมาณ ให้ท้องถิ่นสามารถจัดการตนเองและอนุมัติงบขุดแหล่งน้ำขนาดเล็กได้ทันท่วงที โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากส่วนกลาง รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยี ระบบฐานข้อมูลคลังน้ำแห่งชาติ เข้ามาช่วยในการประเมินเหตุการณ์ในอนาคตล่วงหน้า เพื่อให้สั่งการกักเก็บน้ำได้อย่างแม่นยำ ลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้น

ซูเปอร์เอลนีโญ เปลี่ยนแปลงชีวิตคนไทย

การจะอยู่รอดในสภาวะที่ร้อนขึ้น 1.5 องศา ชีวิตคนไทยจะเปลี่ยนแปลงไป จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิตตั้งแต่ในระดับบุคคลและครอบครัว ต้องตระหนักว่าน้ำคือทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ต้องรู้จักการสำรองน้ำไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ใช้น้ำอย่างรู้คุณค่าและประหยัด รวมถึงการดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัวให้รอดพ้นจากสภาวะอากาศร้อนจัด หลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อุณหภูมิพุ่งสูง

ซูเปอร์เอลนีโญสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตคนไทยมหาศาล

ส่วนในระดับสังคม ต้องเห็นตรงกันว่าการเพิ่มพื้นที่สีเขียวคือสิ่งที่มีความจำเป็นสูงสุด คืนระบบนิเวศกลับคืนสู่ธรรมชาติ มีเครือข่ายทางสังคมที่เข้มแข็งในการดูแลจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง รวมไปถึงภาครัฐต้องเตรียมการรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ เตรียมพร้อมรับมือความเสียหายและกำหนดมาตรการเยียวยาเพื่อให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที

นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว วิกฤตความมั่นคงทางอาหารและค่าครองชีพก็จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตคนไทย เมื่อผลผลิตทางการเกษตรลดลงฮวบฮาบจากการขาดแคลนน้ำ สินค้าเกษตร พืชผัก และผลไม้จะมีราคาแพงขึ้น ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ผลักให้ค่าครองชีพของประชาชนสูงขึ้น ในขณะที่รายได้เท่าเดิมหรือลดลง เป็นสิ่งที่ภาครัฐต้องเตรียมการรับมือเช่นเดียวกัน

เอลนีโญไม่ใช่เรื่องไกลตัว มหันตภัยทางธรรมชาติที่ต้องเตรียมการรับมือ

เอลนีโญไม่ใช่เรื่องไกลตัว มหันตภัยทางธรรมชาติที่ต้องเตรียมการรับมือ

ท้ายที่สุดจะเห็นได้ว่าถ้าปรากฏการณ์ซูเปอร์เอลนีโญส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น 1.5 องศา แบบถาวร มันจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวหรือเป็นเพียงข่าวสิ่งแวดล้อมในกระแสอีกต่อไป แต่มันจะเป็นมหันตภัยทางธรรมชาติที่ยกระดับความรุนแรงจนส่งผลกระทบรอบด้าน ตั้งแต่แหล่งอาหาร แหล่งน้ำ การประกอบอาชีพ ไปจนถึงโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การใช้ชีวิตและความเป็นอยู่ ซึ่งการรอดพ้นจากวิกฤตอุณหภูมิพุ่งสูงแบบถาวร และการรับมือกับผลกระทบของเอลนีโญ ยังคงต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมรอบด้านจากทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดการปรับตัวรับความปกติใหม่ที่จะมาถึงในเร็ววัน

ติดตามเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ ซูเปอร์เอลนีโญ

อ้างอิง

  • ไทยรับมือปรากฎการณ์ "เอลนีโญ" ฝนน้อย-แล้งนาน | ข่าวค่ำ
  • นับถอยหลัง "วิกฤตแล้งหนัก" ปรากฏการณ์ "เอลนีโญ" พ่นพิษ | ตอบโจทย์
  • "โลกร้อนขึ้น 1.5 องศา-เอลนีโญ" ไทยอยู่อย่างไร AI ช่วยได้ ? | ตอบโจทย์
  • ผ่าทางรอด...รับมือ 'เอลนีโญ' | ตรงประเด็น

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ซูเปอร์เอลนีโญเอลนีโญ
คมสัน ประมูลมาก

ผู้เขียน: คมสัน ประมูลมาก

ผู้สำเร็จการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนักเขียนประจำการอยู่ที่สำนักสื่อดิจิทัล Thai PBS ผู้ชอบผลิตผลงานในรูปแบบบทความ ผ่านหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับ ประวัติศาสตร์ การเมือง สังคม และผู้เริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการดื่มกาแฟดี ๆ สักแก้ว ที่ทำด้วยตนเอง

บทความ NOW แนะนำ