CH7ON เขย่าทีวีดิจิทัลไทย เมื่อผู้ประกอบการสร้างอนาคต แต่ กสทช.ยังหาคำตอบไม่เจอ


คอลัมน์พิเศษ

อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

Thai PBS
แชร์

CH7ON เขย่าทีวีดิจิทัลไทย เมื่อผู้ประกอบการสร้างอนาคต แต่ กสทช.ยังหาคำตอบไม่เจอ

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4432

CH7ON เขย่าทีวีดิจิทัลไทย เมื่อผู้ประกอบการสร้างอนาคต แต่ กสทช.ยังหาคำตอบไม่เจอ
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

จากช่อง 7 ถึง 3Plus, oneD, MONOMAX, TrueVisions NOW และ VIPA สงครามสตรีมมิงกำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจสื่อ ก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดในเดือนเม.ย.ปี 2572

การเปิดตัว CH7ON ของช่อง 7HD ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อ BUGABOO.TV แต่เป็นการประกาศทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญของสถานีโทรทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนตัวเองจากผู้ประกอบการช่องหมายเลข ไปสู่แพลตฟอร์มสื่อที่เข้าถึงผู้ชมได้ทุกที่ ทุกเวลา

ช่อง 7 กำลังขยับก่อนใบอนุญาตทีวีดิจิทัลสิ้นสุดในเดือนเมษายน 2572 ขณะที่ กสทช. ยังเผชิญข้อพิพาทเรื่องคุณสมบัติประธาน และคำถามต่อความชัดเจนของแผนแม่บทกับ Roadmap อุตสาหกรรมโทรทัศน์

ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนความย้อนแย้งอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการกำลังลงทุนสร้างอนาคต แต่กติกาที่จะรองรับอนาคตยังตามมาไม่ทัน

ช่อง 7 ไม่ได้เปลี่ยนแค่ชื่อ แต่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ

CH7ON ต่อยอดจาก BUGABOO.TV ที่เป็นผู้บุกเบิกพัฒนาสตรีมมิ่งมาก่อนใครนานหลายปี โดยนำคลังละคร ข่าว กีฬา และฐานผู้ชมเดิมมาสร้างบริการสตรีมมิงที่เชื่อมการดูสด ดูย้อนหลัง และคอนเทนต์พิเศษเข้าด้วยกัน

ข้อมูลการเปิดตัวระบุว่ามีคอนเทนต์มากกว่า 20,000 ชั่วโมง ละครกว่า 800 เรื่อง พร้อมบริการฟรีและ Premium รวมถึงระบบดูต่อจากจุดเดิมและร้านค้าออนไลน์

ความหมายทางธุรกิจอยู่ที่การเปลี่ยนสินทรัพย์เดิมของสถานีให้สร้างมูลค่าได้หลายครั้ง ละครหนึ่งเรื่องไม่จำเป็นต้องจบชีวิตเมื่อออกอากาศตอนสุดท้าย แต่สามารถสร้างยอดรับชม โฆษณา สมาชิก และรายได้จากสิทธิ์เผยแพร่ต่อไปได้

โมเดลของ CH7ON จึงมีลักษณะผสมผสานระหว่าง AVOD หรือบริการฟรีที่มีโฆษณา กับ SVOD หรือบริการสมาชิก พร้อมต่อยอดสู่ Commerce

ช่อง 7 กำลังขยายจากธุรกิจขายเวลาโฆษณา ไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้จากความสัมพันธ์กับผู้ชมหลายรูปแบบ แม้ยังต้องพิสูจน์ว่ารายได้ใหม่จะเพิ่มขึ้นจริงเพียงใดเมื่อเทียบกับต้นทุนเทคโนโลยีและรายได้โทรทัศน์ที่อาจลดลง

นี่คือการสร้างทางเลือกทางธุรกิจก่อนกติกาเดิมสิ้นสุด ไม่ใช่การรอให้ปี 2572 มาถึงแล้วค่อยเริ่มปรับตัว

ไม่ใช่ช่อง 7 รายเดียว อุตสาหกรรมเปลี่ยนไปแล้ว

ช่อง 3 มี 3Plus ใช้ละครและฐานแฟนคลับขยายการรับชมสู่ดิจิทัล ฐานคอนเทนท์ละครและรายการวาไรตี้ของช่อง3 มีไม่น้อยกว่าช่อง7 เริ่มมองเห็นแนวโน้มการปรับสู่สตรีมมิ่งอย่างเต็มรูปแบบที่น่าจะเกิดขึ้นในเวลาอีกไม่นานอย่างแน่นอน

ช่อง ONE มี oneD ต่อยอดละคร ซีรีส์ และทรัพย์สินทางปัญญาของกลุ่มธุรกิจ One Enterprise ที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ รูปแบบธุรกิจที่มีรายได้หลักมาจากการบริหารศิลปิน สามารถทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ

MONO มี MONOMAX ที่ใช้ภาพยนตร์ ซีรีส์ และกีฬาเป็นองค์ประกอบของธุรกิจสมาชิก เปลี่ยนจากช่องทีวีดิจิทัลภาพยนตร์มาเป็นช่องกีฬาเต็มรูปแบบที่มีผลให้รายได้ค่าสมาชิกดูถ่ายทอดสดกีฬาฟุตบอลเข้ามาสม่ำเสมอมากกว่ารายได้โฆษณาในช่องภาพยนตี์ที่ถูกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งแย่งคนดูไปมาก

ขณะที่กลุ่ม True มี TrueVisions NOW เชื่อมคอนเทนต์พรีเมียมเข้ากับบริการผ่านอินเทอร์เน็ตบรอดแบรนด์  สร้างพื้นที่บนแพลตฟอร์มเสมือนหนึ่งประตูไปสู่ช่องทีวีดิจิทัลอื่รๆและสตรีมมิ่งอื่น ๆ รวมทั้งการลงทุนสร้าง Original Content แบบซีรี่ย์และภาพยนตร์สำหรับโรงภาพยนตร์

ส่วนไทยพีบีเอสมี VIPA ซึ่งมุ่งให้ประชาชนเข้าถึงคอนเทนต์สาธารณะโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และขยายการรับชมผ่านอุปกรณ์หลากหลายประเภท มีเป้าหมายยกระดับสู่ National Streaming Platform เพื่อเป็นทางเลือกให้ช่องทีวีดิจิทัลรายเล็กและกลางที่ไม่มีบ้านของตัวเอง เป้าหมายเพื่อสร้างนิเวศสื่อทางเลือกให้มีช่องทางมากขึ้น

ทั้งหกแพลตฟอร์มมีเป้าหมายและโมเดลรายได้แตกต่างกัน แต่กำลังตอบคำถามเดียวกันว่า จะรักษาผู้ชมอย่างไรเมื่อการรับชมไม่ได้ถูกกำหนดด้วยผังรายการอีกต่อไป

การแข่งขันจึงเปลี่ยนจากการแย่งเรตติ้งช่องหมายเลข ไปสู่การแย่งเวลา ความสนใจ และความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้ชม

สงครามแย่งผู้ชม ไม่ได้แข่งกันเฉพาะสถานีไทย

คู่แข่งของ CH7ON ไม่ได้มีเพียง 3Plus หรือ oneD แต่รวมถึง YouTube, Netflix, TikTok และแพลตฟอร์มต่างชาติที่แย่งเวลาของผู้ชมไทยทุกวัน

โดยเฉพาะ YouTube ซึ่งเป็นทั้งพันธมิตรและคู่แข่ง สถานีโทรทัศน์ใช้เผยแพร่คลิปข่าวและรายการเพื่อขยายการเข้าถึง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องพึ่งระบบแนะนำคอนเทนต์และกติกาการสร้างรายได้ของแพลตฟอร์มดังกล่าว

การมีแอปของตัวเองจึงช่วยให้ผู้ประกอบการไทยมีช่องทางบริหารคอนเทนต์ รายได้ และความสัมพันธ์กับผู้ชมโดยตรงมากขึ้น

แต่การมีแอปไม่ได้รับประกันว่าจะดึงผู้ชมกลับมาได้ ผู้ประกอบการต้องมีคอนเทนต์ที่แตกต่าง ใช้งานสะดวก และสร้างเหตุผลให้ผู้ชมกลับมาเปิดบริการเป็นประจำ

การแข่งขันยังขยายไปสู่สมาร์ตทีวีและจอใหญ่ในบ้าน จากเดิมผู้ชมเปิดโทรทัศน์แล้วเลือกช่องหมายเลข วันนี้ผู้ชมอาจเริ่มต้นจากหน้าแรกที่มีไอคอนของแพลตฟอร์มต่าง ๆ

พื้นที่แข่งขันจึงไม่ได้มีเพียงผังรายการ แต่รวมถึงการค้นพบแอป ความสะดวกในการใช้งาน และประสบการณ์รับชมด้วย

กสทช. ต้องตอบให้ได้ว่า Roadmap จะพาอุตสาหกรรมไปไหน

ขณะที่ผู้ประกอบการกำลังเปลี่ยนผ่าน กสทช. ยังมีภารกิจสำคัญในการสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตทีวีดิจิทัลหลังเดือนเมษายน 2572

ข้อพิพาทเกี่ยวกับคุณสมบัติประธานต้องได้รับการพิจารณาตามกระบวนการกฎหมาย แต่ไม่ควรทำให้การวางอนาคตอุตสาหกรรมขาดกรอบเวลาที่แน่นอน

ผู้ประกอบการต้องตัดสินใจลงทุนล่วงหน้าหลายปี ทั้งเทคโนโลยี โครงข่าย คอนเทนต์ และบุคลากร ไม่สามารถรอจนใบอนุญาตหมดอายุแล้วค่อยตัดสินใจ

Roadmap จึงต้องตอบมากกว่าจะเหลือใบอนุญาตกี่ช่อง ต้องตอบว่า DTT จะอยู่ร่วมกับ Streaming อย่างไร ต้นทุนโครงข่ายควรเป็นแบบไหน และประชาชนที่ไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะยังเข้าถึงข่าวสารได้อย่างไร

โทรทัศน์ภาคพื้นดินยังมีคุณค่าด้านการเข้าถึงประชาชนโดยไม่ต้องเสียค่าอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข่าวสาร เหตุฉุกเฉิน และรายการถ่ายทอดสด

ขณะที่ Streaming ตอบโจทย์การรับชมตามความต้องการ

อนาคตจึงไม่จำเป็นต้องเลือกระหว่างสองระบบ แต่ต้องออกแบบให้ทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

อย่าปล่อยให้คนทำคอนเทนต์ตกขบวน

เมื่อสถานีโทรทัศน์กลายเป็นแพลตฟอร์ม ผู้ผลิตละคร ภาพยนตร์ สารคดี และรายการอิสระอาจมีช่องทางเสนอผลงานเพิ่มขึ้น แต่จำนวนแพลตฟอร์มที่มากขึ้นไม่ได้รับประกันว่าผู้ผลิตจะมีรายได้ดีขึ้น

คำถามสำคัญคือใครถือครองทรัพย์สินทางปัญญา ผู้ผลิตได้รับส่วนแบ่งรายได้อย่างไร และสามารถนำผลงานไปขายต่อในตลาดต่างประเทศได้หรือไม่

หากการแข่งขันทำให้แพลตฟอร์มต้องการคอนเทนต์มากขึ้น แต่ผู้ผลิตต้องยอมขายสิทธิ์ทั้งหมดในราคาที่ไม่คุ้มต้นทุน การเปลี่ยนผ่านก็อาจสร้างประโยชน์ไม่ทั่วถึง

Roadmap ของประเทศจึงต้องมองให้ไกลกว่าผู้ถือใบอนุญาต ไปถึงผู้ผลิตอิสระ แรงงานสร้างสรรค์ และโอกาสของคอนเทนต์ไทยในตลาดโลก

CH7ON ไม่ใช่หลักประกันว่าช่อง 7 จะประสบความสำเร็จในธุรกิจสตรีมมิง แต่เป็นภาพชัดเจนของผู้ประกอบการที่กำลังสร้างอนาคตโดยไม่รอให้กติกาเดิมสิ้นสุด

3Plus, oneD, MONOMAX, TrueVisions NOW และ VIPA ก็สะท้อนว่าการเปลี่ยนผ่านกำลังเกิดขึ้นทั้งอุตสาหกรรม

เดือนเมษายน 2572 อาจเป็นวันสิ้นสุดใบอนุญาตทีวีดิจิทัล แต่ไม่ควรเป็นวันที่ประเทศไทยเพิ่งเริ่มคิดว่าจะทำอย่างไรกับอนาคตโทรทัศน์

เพราะผู้ประกอบการเริ่มสร้างอนาคตแล้ว ผู้ชมเปลี่ยนพฤติกรรมแล้ว เหลือคำถามว่า กสทช. จะทำให้กติกาของประเทศก้าวทันการเปลี่ยนแปลงได้เมื่อใด

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ช่อง 7CH7ONแพลตฟอร์มทีวีดิจิทัลกสทช.
อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

ผู้เขียน: อดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ

อดีตบัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว่ำหวอดในแวดวงสื่อสารมวลชนไทยมาอย่างยาวนาน เคยเป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ รวมถึงกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เนชั่น บอรดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) ด้านเทคโนโลยี

บทความ NOW แนะนำ