ชื่อของ "ปลาหมอคางดำ" ถูกพูดถึงมาอย่างยาวนาน ด้วยความพิศวง เพราะเจ้าสัตว์ที่จัดอยู่ใน ‘เอเลี่ยนสปีชีส์’ ตัวนี้ ซุกซ่อนอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติมานานนับ 10 ปี แต่ยังไม่สามารถระบุต้นสายปลายเหตุของการแพร่ระบาดได้อย่างชัดเจน
สรุปแล้ว "ปลาหมอคางดำ" คืออะไร มีจุดกำเนิดมาจากที่ไหน ทำไมจึงกลายเป็นวิกฤตใหญ่ และภัยคุกคามต่อระบบนิเวศ ซึ่งตอนนี้ไม่ได้อยู่แค่ในอ่าวไทย แต่ระบาดไปไกลถึงเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ Thai PBS สรุปมาให้อ่านแล้วในบทความนี้
"ปลาหมอคางดำ" สัตว์น้ำนำเข้า จากทวีปแอฟริกา
จากมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่เผยแพร่ เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 61 ระบุว่า บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ได้ทำเรื่องขอนำเข้า “ปลาหมอสีคางดำ” จากสาธารณรัฐกานา ทวีปแอฟริกา เมื่อปี พ.ศ. 2549 ก่อนจะนำเข้ามาในไทยจริงๆ ในปี พ.ศ. 2553
“ลงแขกลงคลองปลาเอเลี่ยนสปีชี่ส์" ที่หน้าวัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร (9 ก.ค. 67)
จุดประสงค์ของการนำเข้า "ปลาหมอสีคางดำ" แรกเริ่ม คือการนำมา "ปรับปรุงสายพันธุ์ปลานิลแบบมีเงื่อนไข" จากปลาหมอสีคางดำจำนวน 2,000 ตัว ที่ถูกนำมาเลี้ยงแบบจำกัด เฉพาะในศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของ CPF ที่ตั้งอยู่ใน ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม
หลังจากนั้นไม่นาน มีเกษตรกรพบเห็น "ปลาหมอคางดำ" บริเวณคลองดอนจั่น คลองบางยาว และคลองบางหลวง ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์วิจัยฯ ในปี พ.ศ. 2554 แต่ทาง CPF ยืนยันว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ทางบริษัทได้ยุติการวิจัย และทำลาย-ฝังกลบซากปลาแล้ว
ผลกระทบของ "ปลาหมอคางดำ" ต่อระบบนิเวศ
นายปัญญา โตกทอง หนึ่งในชาวบ้านจากเครือข่ายรักษ์อ่าวไทยตอนบน และเครือข่ายประชาคมคนรักแม่กลอง เคยให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์มติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 67 ว่า ตนเองได้พบเจอกับปัญหาปลาหมอคางดำ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554
ในตอนนั้น นายปัญญา เป็นเกษตรกรเลี้ยงกุ้ง แต่เคยได้ยินชาวบ้านคนอื่นๆ พูดกันปากต่อปากว่า มีบริษัทแห่งหนึ่งนำปลาพันธุ์นี้เข้ามาในพื้นที่เพาะเลี้ยง จ.สมุทรสงคราม เนื่องจากในช่วงเวลานั้น การเลี้ยงปลานิลและปลาทับทิมในบ่อเพาะเลี้ยง ทำให้ปลาตายจำนวนมาก
นายปัญญาเล่าต่อว่า ในช่วงเวลานั้น เครือข่าย 4 อำเภอ 2 จังหวัด ได้แก่ อ.เมือง และ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม รวมถึง อ.บ้านแหลม และ อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ จึงเริ่มออกมาเคลื่อนไหว
โดยไปร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิ์ต่อ กสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ออกประกาศห้ามนำเข้า ส่งออก เพาะเลี้ยง หรือครอบครอง “ปลาหมอคางดำ” อย่างเป็นทางการ ในปี พ.ศ. 2561
แต่ถึงจะมี “ประกาศห้าม” เป็นลายลักษณ์อักษรออกมา สุดท้ายเราก็ยังพบเห็นข่าวคราวของ “ปลาหมอคางดำ” อยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ หรือป่าชายเลน ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำตั้งต้น แม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 8 ปีแล้ว
“ลงแขกลงคลองปลาเอเลี่ยนสปีชี่ส์" ที่หน้าวัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร (9 ก.ค. 67)
ปี 67 จุดพีกที่สุดของ "ปลาหมอคางดำ"
ย้อนกลับไปในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็น "จุดพีก" ที่สุด เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้สรุปสถานการณ์ปลาหมอคางดำ โดยยืนยันว่า พบการระบาดของปลาหมอคางดำใน 16 จังหวัด
ไล่มาตั้งแต่กรุงเทพมหานคร, จันทบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ, ราชบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, ชุมพร, สุราษฎร์ธานี, สงขลา, นครศรีธรรมราช, ตราด และชลบุรี (ก่อนจะเพิ่มจังหวัดนครปฐม, ปราจีนบุรี และพัทลุง ในภายหลัง)
“ลงแขกลงคลองปลาเอเลี่ยนสปีชี่ส์" ที่หน้าวัดยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร (9 ก.ค. 67)
ศูนย์วิจัยและปรับปรุงพันธุ์ปลาภายใต้ CPF ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า ทางบริษัทไม่ได้เป็นต้นตอการระบาดของ “ปลาหมอคางดำ”
ในปี พ.ศ. 2553 บริษัทได้นำเข้าปลาหมอคางดำจำนวน 2,000 ตัวจริง แต่ในเวลานั้น มีปลาที่สุขภาพไม่แข็งแรง และตายจำนวนมากระหว่างทาง ทำให้เหลือปลาหมอคางดำเพียง 600 ตัว ที่ได้รับการตรวจสอบ ณ ด่านกักกัน โดยกรมประมง
จากนั้นปลาหมอคางดำที่เหลือได้ทยอยตายอย่างต่อเนื่อง จนเหลือเพียง 50 ตัว ทาง CPF จึงตัดสินใจหยุดการวิจัย โดยทำลายซากปลาตามมาตรฐาน และแจ้งต่อกรมประมง พร้อมส่งตัวอย่างซากปลา ซึ่งดองในฟอร์มาลีนทั้งหมดไปยังกรมประมงแล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2554
ในส่วนของประเด็นที่เจ้าหน้าที่กรมประมง ได้พบปลาหมอคางดำจากการหว่านแหสุ่ม ภายในบ่อพักน้ำ R2 ของศูนย์วิจัยฯ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 60 ทาง CPF ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า
เนื่องจากบ่อพักน้ำ R2 เชื่อมกับแหล่งน้ำธรรมชาติ ทำให้ปลาที่อยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติย่อมมีอยู่ในบ่อพักน้ำ เนื่องจากเป็นแหล่งน้ำเดียวกัน และยังไม่เข้าสู่ระบบการเลี้ยง จึงไม่แปลกที่ปลาจะเป็นชนิดเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม นายบัญชา สุขแก้ว อธิบดีกรมประมง ได้ออกมาชี้แจงว่า ไม่พบข้อมูลการนำส่งตัวอย่าง "ปลาหมอคางดำ" จาก CPF และไม่พบความชัดเจนเรื่องการทำลายทิ้ง ทั้งจากบันทึกการนำส่งปลาตัวอย่าง และบันทึกการทำลาย
จุดเริ่มต้นคดีประวัติศาสตร์ ระหว่างภาคธุรกิจ-ภาคประชาชน
ในระหว่างนี้ยังมี “ไบโอไทย” หรือมูลนิธิชีววิถี เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มีบทบาทสำคัญ และคอยออกมาเคลื่อนไหวเรื่องการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในอีกช่องทางหนึ่ง
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการไบโอไทย ได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง "หายนะสิ่งแวดล้อม กรณีปลาหมอคางดำ" ในวันที่ 25 ก.ค. 67 พร้อมเปิดหลักฐานที่อ้างว่า ฟาร์มยี่สารของ CPF เป็นศูนย์กลางการระบาด "ปลาหมอคางดำ" ทั่วประเทศ และพบเส้นทางการแพร่ระบาดที่มาจากแหล่งที่มาร่วมกัน
หลังจากนั้นไม่นาน ทาง CPF ได้ยื่นฟ้องนายวิฑูรย์ ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา จากการนำเสนอข้อมูลและอภิปรายในเวทีสาธารณะ โดยยื่นขอเป็นโจทก์ร่วม เรียกค่าเสียหาย ทั้งจากนายวิฑูรย์และไบโอไทย รวม 200 ล้านบาท
อัยการมีความเห็นสั่งฟ้อง แต่นายวิฑูรย์และมูลนิธิไบโอไทย ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยระบุว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตเพื่อประโยชน์สาธารณะ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 329
ความขัดแย้งระหว่าง CPF และไบโอไทย กลายเป็นคลื่นลูกแรก นำไปสู่การรวมกลุ่มของชาวบ้าน เพื่อฟ้องร้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งคดีแพ่งแบบกลุ่ม ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำและกลุ่มประมงพื้นบ้าน ยื่นฟ้องเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายจาก CPF ซึ่งล่าสุด ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ได้อนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มแล้ว เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา
รวมถึงคดีปกครอง ที่กลุ่มประมงพื้นบ้าน เครือข่ายประชาชน และภาคประชาสังคม ยื่นฟ้องกรมประมง อธิบดีกรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในความผิดฐานละเลยต่อการต่อการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งศาลปกครองได้มีคำสั่งให้กรมประมง เร่งแก้ไขปัญหาภายใน 180 วัน และสั่งให้กระทรวงมหาดไทยดำเนินการประกาศพื้นที่ภัยพิบัติใน จ.สมุทรสงครามเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย. 69
ศาลแพ่งฯ มีคำสั่งรับฟ้องแบบกลุ่ม คดีปลาหมอคางดำ (14 ก.ย. 69)
ทั้งนี้ ศาลปกครองได้ยกคำขอในส่วนที่กลุ่มประมงพื้นบ้านเรียกร้องให้ "ผู้ร้องสอด" หรือ CPF และผู้เกี่ยวข้อง รับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่รัฐ เนื่องจากมองว่า "ผู้ฟ้องคดี" ไม่ใช่ "ผู้มีสิทธิฟ้องคดี" ในส่วนนี้
"ปลาหมอคางดำ" จากอ่าวไทย สะพัดไกลถึง "เขื่อนลำปาว"
แต่ดูเหมือนการขยับของหน่วยงานรัฐจะช้าเกินไป เพราะตอนนี้ "ปลาหมอคางดำ" ไม่ได้หยุดอยู่ที่อ่าวไทย แต่หลุดมาไกลถึงเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ แล้วเป็นที่เรียบร้อย
ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค. - 18 ก.ย. 69 มีรายงานจากประมงจังหวัด และเกษตรกรที่คลุกคลีอยู่ในพื้นที่ว่า พบ "ปลาหมอคางดำ" อยู่ในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ รวมทั้งหมด 101 ตัวแล้ว
โดยจุดแรกที่ค้นพบ คือบ้านนาอวน ต.หนองสรวง อ.หนองกุงศรี และจุดที่ 2 คือบ้านคำเขื่อนแก้ว ต.สำราญใต้ อ.สามชัย และจุดที่ 3 คือบ้านท่าเรือ ต.ภูสิงห์ อ.สหัสขันธ์
ซึ่งในจำนวนปลาที่ค้นพบ มีปลาหมอคางดำตัวเมีย ไม่น้อยกว่า 5 ตัว ที่มีไข่เต็มท้อง โดยสันนิษฐานว่า "ปลาหมอคางดำ" ตัวเมียเหล่านั้น น่าจะอยู่ในช่วงอายุประมาณ 3-6 เดือน ซึ่งเป็นวัยกำลังเจริญพันธุ์
ภาพ "ปลาหมอคางดำ" ที่เขื่อนลำปาว (9 ก.ย. 69)
ทางประมง จ.กาฬสินธุ์ ได้ลงพื้นที่ค้นหา และเฝ้าระวัง 11 จุด โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ที่ใช้น้ำจากคลองชลประทานเขื่อนลำปาวเข้าบ่อเลี้ยง พร้อมสั่งให้สำรวจบ่อกุ้งและติดตั้งอุปกรณ์กรองน้ำ เพื่อป้องกันปลาหมอคางดำหลุดเข้าไป
ประมง จ.กาฬสินธุ์ ยังระบุอีกว่า จำนวนปลาหมอคางดำที่จับได้เพิ่มขึ้น ยังไม่ถึงขั้นชุกชุมหนาแน่น เนื่องจากไม่พบการรวมฝูง ส่วนใหญ่พบกระจายเพียงจุดละ 1-3 ตัวเท่านั้น ถือว่าอยู่ในวงจำกัด จึงยังไม่ประกาศเขตภัยพิบัติ
ส่วนสาเหตุที่พบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว เบื้องต้นคาดว่า อาจถูกนำมาปล่อยในพื้นที่ริมตลิ่งนานกว่า 1 ปี จนปลาหมอคางดำเริ่มขยายพันธุ์ในแหล่งน้ำเองตามธรรมชาติ
"เขื่อนลำปาว" ถือเป็นแหล่งประมงและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สำคัญของ จ.กาฬสินธุ์ โดยเฉพาะการเลี้ยงปลานิลในกระชัง และกุ้งก้ามกราม ซึ่งมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 2,000 ล้านบาทต่อปี
ดังนั้น การควบคุมการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จึงเป็นภารกิจเร่งด่วนอันดับหนึ่งในช่วงเวลานี้ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ต้องใส่ใจและยกระดับการเฝ้าระวังให้มากขึ้น
เพราะจำนวน “ปลาหมอคางดำ” ที่ค้นพบเพิ่มขึ้น ในทุกวินาทีที่ผ่านพ้นไป ไม่ได้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงของการขยายพันธ์ุในแหล่งน้ำ แต่สามารถส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและรายได้ของชาวบ้านทุกคน ในชุมชนประมง และส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศโดยรวมได้เสมอ
อ้างอิง
- สารคดีเชิงข่าว “เปิดไทม์ไลน์ 'ปลาหมอสีคางดำ' ระบาด ก่อนกรมประมงห้าม นำเข้า ส่งออก เพาะเลี้ยง” จากสำนักข่าวอิศรา
- บทความ “ไทม์ไลน์ 13 ปี วงจรระบาด ‘ปลาหมอคางดำ’ เปิดสาเหตุแพร่พันธุ์ไว หวั่นทำลายสัตว์น้ำสูญพันธุ์” จากเว็บไซต์มติชนออนไลน์
- ข่าว “ซีพีเอฟ” ยื่นเอกสารให้ อนุ กมธ. ยืนยันส่ง “ซาก” ปลาหมอคางดำให้กรมประมงแล้ว จากเว็บไซต์ Thai PBS
- ข่าว กรมประมง ยันไม่พบข้อมูลส่งตัวอย่างนำเข้า "ปลาหมอคางดำ" จากเว็บไซต์ Thai PBS
- ข่าว "ไบโอไทย" พร้อมต่อสู้คดี กรณี CPF ฟ้องปม "ปลาหมอคางดำ" จากเว็บไซต์ Thai PBS
- ข่าว ศาลแพ่งฯ มีคำสั่งรับฟ้องแบบกลุ่ม คดีปลาหมอคางดำ จากเว็บไซต์ Thai PBS
- บทความ “ศาลปกครองกลางสั่งกรมประมง แก้ “ปลาหมอคางดำ” มหันตภัยระบบนิเวศ” จากเว็บไซต์ Thai PBS Policy Watch









