วันนี้ (14 ก.ย.2569) กลุ่มตัวแทนชาวบ้าน จ.สมุทรสงคราม นำโดย นายปัญญา โตกทอง ในนามเครือข่าย "ประชาคมคนรักแม่กลอง" และเครือข่าย จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ พร้อมด้วยทนายจากสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สภาทนายความฯ เดินทางไปที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ เพื่อรับฟังคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีกลุ่มหรือไม่
หลังจำเลยใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคำสั่งรับฟ้องแบบกลุ่ม โดยยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจและการศึกษาวิจัยของบริษัทฯ ไม่ได้เป็นต้นเหตุหรือปัจจัยที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาด ของปลาหมอคางดำลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
หลังใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ในการพิจารณาคำร้องขออุทธรณ์ของฝ่ายจำเลย ทนายความระบุว่า ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ มีคำสั่งรับฟ้องเป็นคดีกลุ่ม ยืนตามศาลชั้นต้น โดยให้เหตุผลว่า กลุ่มผู้ฟ้องมีเหตุแห่งการฟ้องร้องบนพื้นฐานเดียวกัน คือการได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจ ค่าขาดประโยชน์จากการประกอบอาชีพ และความเสียหายต่อระบบนิเวศบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ
ทนายความ ระบุว่า หลังศาลอุทธรณ์ รับฟ้องคดีแบบกลุ่ม คาดว่าในช่วงต้นปีหน้าจะมีการเรียกสืบพยานฝ่ายโจทก์และจำเลย โดยคาดว่าจะมีคำพิพากษาในช่วงปลายปีหน้าเช่นกัน
สำหรับการยื่นฟ้องแบบกลุ่มในครั้งนี้แยกออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มประมงเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และกลุ่มประมงพื้นบ้านใน จ.สมุทรสงคราม ซึ่งได้เรียกค่าเสียหายจากการขาดรายได้ย้อนหลังเป็นเวลา 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2560-2567 เรียกร้องสินไหมทดแทนกว่า 2,486 ล้านบาท
ขณะที่กระบวนการดังกล่าวยังเป็นเพียงขั้นตอนการอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม ไม่ใช่คำพิพากษาชี้ขาดว่าจำเลยมีความผิดหรือต้องรับผิดชอบค่าเสียหาย ตามจำนวนที่ถูกฟ้องร้อง
อ่านข่าว :
กาฬสินธุ์ปูพรมล่า "ปลาหมอคางดำ" เขื่อนลำปาว หวั่นสะเทือนเศรษฐกิจ 2 พันล้าน
ผู้เลี้ยงปลากระชัง วอน "กรมประมง" หาที่มาปลาหมอคางดำ สกัดการระบาด
จับตา 180 วันแก้ "ปลาหมอคางดำ" เกษตรกรหวั่นเยียวยาไม่ทั่วถึง
