วันนี้ (14 ก.ย.2569) นายกีรติ เวฬุวัน รองผู้อำนวยการ สำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ สพพ. (NEDA) ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณปี 2570 ที่เกี่ยวข้องกับโครงการในราชอาณาจักรกัมพูชา โดยมีการกล่าวถึงตัวเลข 31 ล้านบาท ซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง
สพพ. ขอชี้แจงว่า ในปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สพพ. ได้รับจัดสรรเงินงบประมาณสำหรับค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจากการให้กู้กับประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนรวม 30.72 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสำหรับโครงการใน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) จำนวน 2 โครงการ
รวม 12.52 ล้านบาท และ ค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่สำหรับโครงการใน ราชอาณาจักรกัมพูชา 2 โครงการ รวม 18.20 ล้านบาท ซึ่งโครงการในกัมพูชาทั้ง 2 โครงการดำเนินการแล้วเสร็จมานานแล้ว ประกอบด้วย
1) โครงการปรับปรุงถนนหมายเลข 67 ช่วงเสียมราฐ-อันลองเวง-จวม/สะงำ กัมพูชา สพพ. ขอรับจัดสรรค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย จำนวน 12.00 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี พ.ศ.2549 ซึ่งอนุมัติให้ สพพ. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชาในวงเงินกู้ 1,300 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี ระยะเวลา 30 ปี โดยให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) เป็นผู้ปล่อยกู้โดยตรงแก่กัมพูชา ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีเงินต้นคงค้างจำนวน 648.34 ล้านบาท
2) โครงการพัฒนาจุดผ่านแดนถาวรสตึงบทและถนนเชื่อมโยงไปยังหมายเลข 5 กัมพูชา โดยในปี 2570 สพพ. ขอรับจัดสรรค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย จำนวน 6.20 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ.2558 ที่อนุมัติให้ สพพ. ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่กัมพูชาในวงเงินกู้ 928.11 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1.50 ต่อปี ระยะเวลา 25 ปี โดยให้ สพพ. เป็นผู้ขอรับจัดสรรค่าชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นรายปี และ สพพ. ได้จัดหาแหล่งเงินทุนผ่านการกู้ยืมจาก ธสน. ปัจจุบันโครงการดังกล่าวมีเงินต้นคงค้างจำนวน 720.90 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี สพพ. ขอชี้แจงเพิ่มเติมว่า เงินงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรเพื่อชดเชยอัตราดอกเบี้ย จำนวน 18.20 ล้านบาท ในครั้งนี้ สพพ. จะนำไปชำระให้แก่ ธสน. ตามภาระผูกพันที่เกิดขึ้นจากการจัดหาแหล่งเงินทุนเพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว
ดังนั้น หาก สพพ. ไม่ได้รับเงินจัดสรรในส่วนของเงินชดเชยอัตราดอกเบี้ยส่วนต่าง ผู้รับผลกระทบจะเป็น ธสน. ไม่ใช่รัฐบาลกัมพูชา ทั้งนี้ กัมพูชาได้ชำระหนี้คืนทั้งในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ย ครบถ้วนตามกำหนดเวลามาโดยตลอด และไม่มีประวัติการผิดนัดชำระหนี้ สำหรับโครงการดังกล่าว นอกจากนี้ นับตั้งแต่เกิดข้อขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา สพพ. มิได้มีการอนุมัติเงินกู้ มีการเบิกจ่ายเงิน หรือการดำเนินโครงการความร่วมมือใด ๆ กับกัมพูชาเพิ่มเติมอีก
สพพ. ขอเน้นย้ำว่า การนำเสนอข้อมูลในลักษณะว่า "ประเทศไทยใช้งบประมาณ 18.2 ล้านบาท หรือ 31 ล้านบาท เพื่อให้เงินช่วยเหลือแก่รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง" อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากรายการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับภาระผูกพันทางการเงินตามเงื่อนไขที่มีอยู่เดิม โดย สพพ. ได้มีการชี้แจงในชั้นการพิจารณางบประมาณแล้วว่า เงินในส่วนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการชดเชยส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้แก่สถาบันการเงินที่เกี่ยวข้องกับการให้สินเชื่อ ไม่ใช่การโอนเงินงบประมาณดังกล่าวให้รัฐบาลกัมพูชาโดยตรง
ทั้งนี้ การดำเนินงานของ สพพ. ภายใต้ความร่วมมือทางการเงินกับประเทศเพื่อนบ้าน มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมโยงด้านคมนาคม การค้า การลงทุน และการขนส่งในภูมิภาค โดยคำนึงถึง ยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
สพพ. พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อห่วงใยของประชาชน และยินดีเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับโครงการ เงื่อนไขทางการเงิน และการดำเนินงานในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ เพื่อให้สังคมได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และตรวจสอบได้ พร้อมยืนยันว่า การดำเนินงานทุกโครงการอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ และกระบวนการพิจารณาของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง
อ่านข่าว :
กกต.นัดชี้ขาดคดีฮั้ว สว. 14 ก.ย. ลุ้นสั่งฟ้อง 229 คนหรือไม่
คัดค้านสร้าง "อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด" กังวลผลกระทบป่า
"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต.มีอำนาจ "ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์"
