วันนี้ (12 ก.ย.2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ว่า แม้ปัจจุบันโครงการดังกล่าวจะเข้าสู่ช่วงเดือนสุดท้ายตามกรอบระยะเวลาเดิม แต่จากการตรวจสอบพบว่ายังคงมีงบประมาณคงเหลืออยู่ในระบบอีกประมาณ 40,000 - 50,000 ล้านบาท เนื่องจากมีประชาชนจำนวนหนึ่งไม่ได้เข้ามาลงทะเบียนขอรับสิทธิ์ ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณไม่เต็มวงเงินที่จัดสรรไว้
จากงบประมาณคงเหลือดังกล่าว นายอนุทิน ได้มอบหมายสั่งการไปยัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ให้ไปพิจารณาขยายระยะเวลาการดำเนินโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ออกไปอีก 1-2 เดือน เพื่อนำวงเงินงบประมาณที่ยังเหลืออยู่นั้นมาใช้อย่างต่อเนื่อง
โดยให้บริหารจัดการให้อยู่ภายในกรอบวงเงินเดิมที่มีอยู่ ซึ่งการขยายเวลาครั้งนี้จะคาบเกี่ยวเข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปี เพื่อให้เงินงบประมาณหมุนเวียนลงไปสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากได้ทันท่วงที
เดินหน้าบรรเทาภาระค่าน้ำมัน รบ.นึกถึง ปชช.เสมอ
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การอัดฉีดและขยายระยะเวลาของโครงการจะช่วยให้ประชาชนสามารถนำเงินในส่วนนี้ไปใช้จ่ายเพื่อลดภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ ถือเป็นเจตนารมณ์สำคัญของรัฐบาลชุดนี้ที่มุ่งเน้นการทำงานโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก และพร้อมจะเร่งจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ลงไปช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงที่สุด
ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองต่อการดำเนินโครงการดังกล่าวนั้น นายอนุทิน ยืนยันว่า ตนเองวางตัวอยู่ข้างประชาชนมาโดยตลอด หากการดำเนินนโยบายหรือโครงการใด ๆ ทำแล้วเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและประเทศชาติ ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องกังวลกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ เพราะการทำงานของรัฐบาลมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศเป็นสำคัญ
อ่านข่าว :
"อนุทิน" ฉลองแซยิด 60 ปี ขอพรให้ประเทศแข็งแกร่ง-ประชาชนมีความสุข
"พลพีร์" ยันไม่ล็อกสเปก ชงงบ 7.5 หมื่นล้าน ลุยโซลาร์รูฟท็อป 1.5 ล้านครัวเรือน
"ศุภชัย" โต้ "อภิสิทธิ์" ปมคดีฮั้ว สว. ลั่น กกต.มีอำนาจ "ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์"
