วันนี้ (14 ก.ย.2569) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เร่งเดินหน้าขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างทางพิเศษในพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายคมนาคมและแก้ปัญหาการจราจรติดขัดในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ
นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการ กทพ. เปิดเผยว่า โครงการทั้งหมดมีระยะทางรวม 34.60 กิโลเมตร วงเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 84,218 ล้านบาท ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ
โครงการระยะที่ 1 ช่วงกะทู้–ป่าตอง ระยะทาง 3.98 กิโลเมตร วงเงินลงทุน 16,757 ล้านบาท ประกอบด้วยค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 5,792 ล้านบาท และค่าก่อสร้างรวมควบคุมงาน 10,965 ล้านบาท
ขณะนี้การเวนคืนที่ดิน มีความคืบหน้าแล้วถึงร้อยละ 99.43 และเตรียมเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติปรับรายละเอียดโครงการภายในเดือน ธ.ค.นี้ หลังมีการปรับลดขนาดความกว้างของอุโมงค์ลอดเขานาคเกิดจากเดิม 17.1 เมตร เหลือ 14.2 เมตร โดยยังคงความยาวไว้ที่ 1.85 กิโลเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน ผลการศึกษาด้านธรณีวิทยา และการรองรับแรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหว
อุโมงค์นี้ถือเป็นอุโมงค์ทางด่วนขนาดใหญ่ที่ออกแบบให้รองรับทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ โดยแบ่งช่องจราจรเป็น 4 ช่องทาง มีแบริเออร์กั้นอย่างปลอดภัย และเมื่อเปิดให้บริการจะช่วยร่นระยะเวลาเดินทางระหว่างกะทู้กับป่าตองจากเดิม 30 นาที ให้เหลือเพียงประมาณ 5 นาทีเท่านั้น
นอกจากนี้ กทพ. ยังได้ปรับลดอัตราค่าผ่านทางลงเพื่อแบ่งเบาภาระประชาชน โดยรถจักรยานยนต์จัดเก็บ 10 บาท รถยนต์ 4 ล้อ 20 บาท รถ 6–10 ล้อ 40 บาท และรถมากกว่า 10 ล้อ 60 บาท คาดว่าจะสร้างรายได้ประมาณ 960,000 บาทต่อวัน โดยมีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ (EIRR) สูงถึงร้อยละ 19.47
กทพ. ผลักดันทางด่วนภูเก็ต ชง ครม. เคาะเฟสแรก กะทู้–ป่าตอง ธ.ค.นี้
เร่งออกแบบเฟส 2 เมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้
สำหรับความคืบหน้าโครงการระยะที่ 2 ช่วงเมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ระยะทาง 30.62 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 67,461 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 29,547 ล้านบาท และค่างานก่อสร้างรวมควบคุมงาน 37,913 ล้านบาท
ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดโครงการ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือน ม.ค.2570 และพร้อมนำเสนอ ครม. ภายในเดือน ต.ค.2570 โดยแนวเส้นทางประกอบด้วยโครงสร้างทางระดับดิน ทางยกระดับ และอุโมงค์บริเวณเทือกเขากมลา เพื่อไปบรรจบกับโครงการระยะที่ 1 บริเวณทางหลวงหมายเลข 4029
อีกทั้งยังมีแนวทางแยกเชื่อมต่อ (Spur Line) บริเวณม่าหนิก 2 เพื่อระบายรถเข้าสู่ตัวเมืองภูเก็ต พร้อมวางแผนพัฒนาพื้นที่บริการทางหลวง 2 จุด ได้แก่ Service Area ขนาด 37 ไร่ และ Rest Stop ขนาด 13 ไร่ ซึ่งจะเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าการ กทพ. ระบุว่า ปัญหาสำคัญของระยะที่ 2 คือภาวะต้นทุนค่าก่อสร้างทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผลตอบแทนทางการเงินอาจไม่ครอบคลุมต้นทุนเงินกู้ ซึ่ง กทพ. กำลังอยู่ระหว่างเร่งปรับลดวงเงินก่อสร้างลงโดยยังคงยึดมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดเป็นหลัก
กางแผนระดมทุนดึงรายได้ ตั้งเป้าเปิดบริการพร้อมกัน ต.ค.74
กทพ. กำลังประสานงานและหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เพื่อศึกษาแนวทางการระดมทุนผ่านกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) โดยมีแนวคิดที่จะนำกระแสรายได้จากทางพิเศษกาญจนาภิเษก ช่วงบางพลี–สุขสวัสดิ์ ซึ่งปัจจุบันมีรายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยปีละประมาณ 2,600 ล้านบาท เข้ามาสนับสนุนเป็นหนึ่งในแหล่งเงินทุนของโครงการทางพิเศษภูเก็ต
ทั้งนี้ กทพ. มีรายได้รวมต่อปีอยู่ที่ประมาณ 14,000 ล้านบาท และเบื้องต้นวางแผนแบ่งสัดส่วนรายได้ราว 1,000 ล้านบาทต่อปี เพื่อสนับสนุนกองทุนดังกล่าว ส่วนงานระบบ จัดเก็บค่าผ่านทาง และงานบำรุงรักษา (O&M) จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในรูปแบบ PPP
ทั้งนี้ ตามแผนงานโครงการระยะที่ 1 จะเริ่มจัดทำร่าง TOR แล้วเสร็จในเดือน เม.ย.2570 และเริ่มก่อสร้างในเดือน ต.ค.2570 ใช้เวลาก่อสร้าง 48 เดือน ขณะที่ระยะที่ 2 จะเริ่มจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินในปี 2570–2573 และเริ่มงานก่อสร้างในปี 2572 โดย กทพ. วางเป้าหมายเปิดให้บริการทั้ง 2 ระยะพร้อมกันอย่างเต็มรูปแบบในเดือน ต.ค.2574 ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณรถสัญจรใช้งานรวมกว่า 50,000–60,000 คัน/วัน
กทพ. ผลักดันทางด่วนภูเก็ต ชง ครม. เคาะเฟสแรก กะทู้–ป่าตอง ธ.ค.นี้
อ่านข่าว :
ซีอีโอ Anthropic ออกโรงเตือนชะลอพัฒนา AI - ทรัมป์โต้อย่าตื่นตูม
นายกสมาคมวิศวกรฯ ตั้ง 5 ข้อสังเกตฝ้าเพดานโรงอาหารรัฐสภาถล่ม
ฮูตียึดยุทธศาสตร์ทะเลแดง-ท่อส่งน้ำมันซาอุดีฯ ถูกถล่ม น้ำมันโลกหาย 4%
