วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีชาร์จได้ทุกที่ "แผงโซลาร์" ขนาดกะทัดรัด หมุนตามแสงอาทิตย์อัตโนมัติ เก็บพลังงานเพิ่มขึ้น 40%3 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีNARIT แจงเหตุเลื่อนภารกิจ "ฉางเอ๋อ 7" เป็นปี 2570 ยัน CE-7 MATCH ฝีมือคนไทยพร้อมลุยดวงจันทร์5 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีอพยพครั้งใหญ่ หนีโลกเดือด? ความเป็นไปได้ที่ไม่เกินจริง เมื่อคนกว่า 200 ล้านคนเสี่ยงพลัดถิ่น5 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีเป้ติดใบพัด "โดรนสะพายหลัง" ช่วยกระโดดสูงขึ้น 3 เท่า จำลองความรู้สึกเหมือนอยู่บนดวงจันทร์4 ประเด็นวิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยีซ่อมตัวเองได้! ผิวหนังอิเล็กทรอนิกส์ ปลดล็อกการทำงานหุ่นยนต์ ซ่อมแซมรอยรั่วเมื่ออยู่ใต้น้ำได้4 ประเด็นสรุปเรื่องเด่นน่ารู้จาก Thai PBS Nowดูทุกวัน ทันทุกเหตุการณ์ปัดขึ้นเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปเลื่อนลงเพื่อเริ่มอ่าน / ดูข่าวถัดไปสรุปประเด็นสำคัญด้วย AIควรตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้งจากเนื้อหาฉบับเต็ม
อพยพครั้งใหญ่ หนีโลกเดือด? ความเป็นไปได้ที่ไม่เกินจริง เมื่อคนกว่า 200 ล้านคนเสี่ยงพลัดถิ่น14 ก.ค. 15:15สรุปประเด็นสำคัญโดย AIบทเรียนจากอดีต: ทะเลทรายสะฮาราเคยเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเมื่อ 5,500 ปีก่อนทำให้ผู้คนต้องอพยพครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนถึงวิกฤตโลกเดือดที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งในปัจจุบันซูเปอร์เอลนีโญ 2026 เร่งวิกฤต: ปรากฏการณ์ 'ซูเปอร์เอลนีโญ' ที่กำลังจะมาถึงในปี 2026 จะทำให้ภัยแล้งรุนแรง พืชผลเสียหาย และสภาพอากาศแปรปรวนอย่างหนักในหลายภูมิภาค รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประเทศไทย ผลักดันให้ผู้คนต้องพลัดถิ่น216 ล้านคนเสี่ยงพลัดถิ่น: ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า หากไม่เร่งแก้ไขปัญหาโลกร้อน ผู้คนกว่า 216 ล้านคนทั่วโลกอาจต้องอพยพภายในประเทศของตนเองภายในปี 2050 โดยเฉพาะในภูมิภาคใต้ทะเลทรายสะฮารา เอเชียตะวันออก และเอเชียใต้ ซึ่งรวมถึงไทยที่อาจต้องรับมือคลื่นผู้อพยพทั้งภายในและจากประเทศเพื่อนบ้านชนวนความขัดแย้ง: การอพยพจากสภาพอากาศไม่ได้เป็นเพียงภัยธรรมชาติ แต่ยังเป็นชนวนความขัดแย้งรุนแรง ดังเช่นกรณีภัยแล้งในซีเรียที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองและวิกฤตผู้ลี้ภัยในยุโรป แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ขยายวงกว้างไปสู่การเมืองและสังคมโลกทางออกที่ยังเป็นไปได้: ตัวเลขผู้พลัดถิ่น 216 ล้านคนสามารถลดลงได้ถึง 80% เหลือเพียง 44 ล้านคน หากทุกประเทศร่วมกันลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูระบบนิเวศ และช่วยให้ผู้คนปรับตัวได้ทันเวลา ซึ่งเป็นความหวังในการป้องกันวิกฤตครั้งใหญ่ในอนาคต
NARIT แจงเหตุเลื่อนภารกิจ "ฉางเอ๋อ 7" เป็นปี 2570 ยัน CE-7 MATCH ฝีมือคนไทยพร้อมลุยดวงจันทร์เมื่อวานนี้ 20:00สรุปประเด็นสำคัญโดย AIสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (NARIT) ประกาศเลื่อนภารกิจส่งยานฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์ CE-7 MATCH ของไทย จากปี 2569 ไปเป็นปี 2570สาเหตุหลักของการเลื่อนคือพายุโซนร้อนนาร์รา และสภาพแสงที่ไม่เหมาะสมสำหรับการลงจอดบริเวณขั้วใต้ของดวงจันทร์ ซึ่งจำเป็นต่อการผลิตพลังงานและการมองเห็นพื้นผิวอุปกรณ์ CE-7 MATCH ที่พัฒนาโดยนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรไทย ยังคงพร้อมปฏิบัติภารกิจ 100% เนื่องจากถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นต่อการเลื่อนกำหนดการ และไม่มีแบตเตอรี่ภายในที่เสื่อมสภาพCE-7 MATCH มีเป้าหมายเพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิกและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านสภาพแวดล้อมรังสีในอวกาศโครงการนี้ได้สร้างประสบการณ์จริงและพัฒนาบุคลากรด้านอวกาศของไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและภารกิจอวกาศที่ท้าทายยิ่งขึ้นในอนาคต