“ทรัมป์” มีแนวคิดผลักภาระค่าสู้รบกับ “อิหร่าน” ให้ประเทศอาหรับรับผิดชอบ

ต่างประเทศ
07:24
จำนวนผู้ชม 2,285
“ทรัมป์” มีแนวคิดผลักภาระค่าสู้รบกับ “อิหร่าน” ให้ประเทศอาหรับรับผิดชอบ
"คาโรลีน ลีวิตต์" โฆษกทำเนียบขาวระบุ " โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีแนวคิดที่จะขอให้ประเทศอาหรับช่วยออกค่าใช้จ่ายในการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน คาดว่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

วันนี้ (31 มี.ค.2569) สำนักข่าว อัลจาซีรา รายงานว่า คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวว่า การผลักภาระค่าใช้จ่ายของความขัดแย้งไปให้รัฐในภูมิภาค เป็นแนวคิดที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มี

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะขอให้ประเทศอาหรับ ช่วยออกค่าใช้จ่ายในสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์

ทั้งนี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 มี.ค.2569) ตามเวลาท้องถิ่น ผู้สื่อข่าวถาม คาโรลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ว่า ประเทศอาหรับควรจ่ายค่าใช้จ่ายในสงครามหรือไม่ เช่นเดียวกับกรณีที่พันธมิตรของสหรัฐฯ ช่วยสนับสนุนเงินทุนในการแทรกแซงของวอชิงตัน ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซียในปี 1990 ลีวิตต์ กล่าวว่า “คิดว่าประธานาธิบดีน่าจะสนใจที่จะเรียกพวกเขามาทำเรื่องนี้

ฉันจะไม่พูดตัดหน้าเขาในเรื่องนั้น แต่แน่นอนว่า ฉันรู้ว่าเขามีความคิดนั้นอยู่ และฉันคิดว่าคุณจะได้ยินเรื่องนี้จากเขามากขึ้นในเร็วๆ นี้

ในช่วงสงครามอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำพันธมิตรนานาชาติ ซึ่งประกอบด้วยหลายสิบประเทศ เพื่อยับยั้งการรุกรานคูเวตของอิรัก ตามคำขอของประเทศคูเวต และประเทศเพื่อนบ้านอาหรับหลายประเทศ ในทางกลับกัน รัฐต่าง ๆ ในภูมิภาคและสมาชิกพันธมิตร รวมถึงเยอรมนีและญี่ปุ่น ได้ระดมทุน 54 พันล้านดอลลาร์ (เทียบเท่ากับ 134 พันล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน) เพื่อช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมปฏิบัติการของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ในครั้งนี้ สหรัฐฯ และอิสราเอลได้ทำสงครามกับอิหร่านฝ่ายเดียว โดยพันธมิตรและประเทศในภูมิภาคไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา "ฌอน แฮนนิตี้" นักวิจารณ์ฝ่ายขวาที่ใกล้ชิดกับ ทรัมป์กล่าวว่า ข้อตกลงหยุดยิงใด ๆ ก็ตามควรจะรวมถึงการให้อิหร่านจ่ายค่าใช้จ่ายของสงคราม ซึ่งคร่าชีวิตชาวอิหร่านไปเกือบ 2,000 คน “พวกเขาต้องตกลงที่จะชดใช้คืนอเมริกาด้วยน้ำมันสำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมดของปฏิบัติการทางทหารทั้งหมดนี้” แฮนนิตี้กล่าว

อย่างไรก็ตาม อิหร่านได้กำหนดให้สหรัฐฯ จ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงคราม ซึ่งเป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอลด้วยขีปนาวุธและโดรนโจมตีทั่วตะวันออกกลาง

ด้าน เจ้าหน้าที่อิหร่านกล่าวว่า เป้าหมายของพวกเขาคือทรัพย์สินของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ แต่เตหะรานได้เปิดฉากโจมตีสถานที่พลเรือน รวมถึงโรงแรม สนามบิน และโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ในหลายประเทศในอ่าวเปอร์เซีย

ขณะที่สื่อของสหรัฐฯ รายงานเมื่อต้นเดือนนี้ว่า เจ้าหน้าที่ได้แจ้งต่อสมาชิกสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ในการประชุมลับว่า ค่าใช้จ่ายในช่วง 6 วันแรกของสงครามสูงถึง 11.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ศูนย์เพื่อการศึกษาเชิงยุทธศาสตร์และระหว่างประเทศประเมินว่า ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 16.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในวันที่ 12 ของความขัดแย้ง และคาดว่าตัวเลขน่าจะสูงกว่านั้นมากในขณะที่สงครามเข้าสู่วันที่ 31 แล้ว

นอกจากนี้ ทำเนียบขาว อยู่ระหว่างการขออนุมัติงบประมาณด้านการทหารเพิ่มเติม จากรัฐสภาอย่างน้อย 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในอิหร่าน และเติมเต็มคลังกระสุนของกระทรวงกลาโหม

นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายโดยตรงที่กองทัพสหรัฐฯ ต้องแบกรับแล้ว สงครามครั้งนี้ ทำให้อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยังส่งผลให้ราคาน้ำมันทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น ราคาเฉลี่ยของน้ำมันเบนซิน 1 แกลลอน (3.8 ลิตร) ในสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.99 ดอลลาร์ ตามข้อมูลของสมาคมยานยนต์อเมริกัน (AAA) ซึ่งสูงกว่าก่อนเริ่มสงครามมากกว่า 1 ดอลลาร์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (30 มี.ค.2569) "เลวิตต์" ได้ย้ำคำกล่าวอ้างของรัฐบาลทรัมป์ที่ว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันจะถูกชดเชยด้วยผลประโยชน์จากการที่อิหร่านอ่อนแอลง “ข้อความโดยรวม ดังที่เราได้กล่าวซ้ำแล้วซ้ำเล่า คือ นี่เป็นการดำเนินการระยะสั้นและการผันผวนของราคาในระยะสั้น เพื่อผลประโยชน์ในระยะยาวในการยุติภัยคุกคามที่อิหร่านมีต่อสหรัฐอเมริกา กองกำลังของเรา และพันธมิตรของเราในภูมิภาค” เธอกล่าวกับผู้สื่อข่าว

อย่างไรก็ตาม อิหร่านอ้างว่า อิหร่านถูกโจมตีก่อน ในระหว่างการเจรจาทางการทูต และไม่ได้เป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐฯ หรือภูมิภาคแต่อย่างใด

อ่านข่าว :

ทร.มั่นใจศักยภาพ ชี้กัมพูชาได้เรือคอร์เวตจากจีน 2 ลำ ไม่กระทบความมั่นคงทางทะเลไทย

“อิหร่าน” ชี้ข้อเรียกร้องสหรัฐฯ ไม่เข้ากับความเป็นจริง

ความไม่พอใจสะสม หลากเหตุผลคนอเมริกันออกมาประท้วง "No Kings"