3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

ศิลปะ-บันเทิง
12:28
จำนวนผู้ชม 1,480
3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก
นักโบราณคดีขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" จ.เพชรบุรี 3 เดือน หลังพบกลองมโหระทึก 2 ใบแรก ขยายมาสู่พบโครงกระดูกมนุษย์โบราณ 8 โครง ภาชนะดินเผา และเครื่องประดับทองคำ ที่สำคัญมาก "กำไลทอง" คาดอยู่ในยุคก่อนประวัติศาสตร์

วันที่ 2 พ.ค.2569 สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี กรมศิลปากร สรุปผลการดำเนินการขุดค้นทางโบราณคดี แหล่งโบราณคดีดอนยายทอง

ตั้งแต่เริ่มดำเนินการจนถึงปัจจุบัน การดำเนินงานขุดค้นแหล่งโบราณคดีดอนยายทอง เริ่มต้นขุดค้นเมื่อวันที่ 9 ก.พ.2569 โดยมีเป้าหมายเพื่อขุดกู้และขุดศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีจากตำแหน่งที่มีการค้นพบกลองมโหระทึกในที่นาของนางคนางค์ เพชรสุด หมู่ 6 บ้านดอนพลับ ต.สมอพลือ อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี

การดำเนินงานในระยะแรกได้กำหนดหลุมขุดค้นขนาด 2 x 2.2 เมตร วางแนวตามทิศตะวันออก-ตะวันตก โดยกำหนดให้ตำแหน่งที่พบกลองมโหระทึก อยู่บริเวณกึ่งกลางหลุม และทำการขุดค้นตามระดับชั้นดินธรรมชาติ เพื่อรักษาบริบทของหลักฐานให้มากที่สุด

3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

ผลการขุดค้นในช่วงต้น พบชิ้นส่วนขอบฐานของกลองมโหระทึกในระดับความลึกประมาณ 60 เซนติเมตรจากผิวดิน พร้อมทั้งพบภาชนะดินเผาหลายใบวางอยู่โดยรอบในตำแหน่งที่สัมพันธ์กับกลอง

เมื่อดำเนินการขุดลึกลงไปถึงระดับประมาณ 100 เซนติเมตร พบชิ้นส่วนกลางมโหระทึกอีกใบในลักษณะคว่ำหน้าอยู่ในดิน และเริ่มปรากฏหลักฐานสำคัญ คือ โครงกระดูกมนุษย์ที่ฝังอยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยวางภาชนะสำริดประกอบพิธีศพในตำแหน่งต่าง ๆ ทั้งด้านข้าง ใต้ร่าง และปลายเท้า

นอกจากนี้ ยังพบเครื่องประดับ ได้แก่ ลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน แหวนทองคำ และกำไลทองคำ ซึ่งบางชิ้นยังคงสวมอยู่กับโครงกระดูก แสดงถึงความสำคัญของบุคคลและความเชื่อเกี่ยวกับการอุทิศสิ่งของในพิธีกรรมหลังความตาย

3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

ภายหลังจากการค้นพบโครงกระดูก ได้ดำเนินการขุดค้นอย่างละเอียดเพื่อศึกษารูปแบบการฝังศพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น จนกระทั่งพบโครงกระดูกเพิ่มขึ้นเป็นจำนวน 4 โครง ในบริเวณด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือของหลุมขุดค้น โดยโครงกระดูกทั้งหมดมีทิศทางการวางตัวสอดคล้องกัน คือ หันศีรษะไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

จากข้อจำกัดของพื้นที่หลุมขุดค้นเดิม และการที่โครงกระดูกบางส่วนทอดยาวเข้าไปในผนังดิน จึงขยายพื้นที่ขุดค้นออกเป็นขนาด 4 x 4.5 เมตร เพื่อให้สามารถตามแนวโครงกระดูกและทำการศึกษารูปแบบของแหล่งได้อย่างครบถ้วน

ในช่วงกลางเดือน มี.ค.2569 การดำเนินงานมีความก้าวหน้ามากขึ้น โดยสามารถติดตามแนวโครงกระดูกไปจนถึงบริเวณศีรษะของบางโครงและพบหลักฐานใหม่ที่สำคัญ ได้แก่ โลหะสำริดบริเวณศีรษะ รวมถึงลูกปัดแก้ว ลูกปัดหิน และเม็ดลูกปัดทองคำเพิ่มเติม โดยเฉพาะในโครงกระดูกหมายเลข 1 ซึ่งเป็นโครงที่มีการพบเครื่องประดับจำนวนมากตั้งแต่ระยะแรก

ต่อมาในช่วงปลายเดือน มี.ค.ถึงปัจจุบัน ณ วันที่ 29 เม.ย.2569 พบโครงกระดูกเพิ่มรวมเป็นอย่างน้อย 8 โครง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกจำนวน 4 โครง และกลุ่มที่พบเพิ่มเติมอีก 4 โครง ซึ่งวางเรียงตัวต่อเนื่องกันแนวเดียวกันโดยมีภาชนะดินเผาคั่นระหว่างกลุ่มอย่างเป็นระเบียบ และมีการสวมโลหะสำริดลักษณะคล้ายภาชนะครอบบริเวณศีรษะ ทั้งส่วนบนของกะโหลกและบริเวณคาง ซึ่งถือเป็นลักษณะพิเศษที่ไม่พบโดยทั่วไป

นอกจากนี้ ยังพบกลุ่มโบราณวัตถุสำคัญ เช่น ภาชนะดินเผาขนาดเล็กที่วางซ้อนกันเป็นชุดจำนวนประมาณ 7 ใบ ภาชนะสำริดบริเวณปลายเท้าของโครงกระดูก และลูกปัดจำนวนมาก โดยเฉพาะในโครงกระดูกหมายเลข 5 ที่พบลูกปัดแก้วสีฟ้าอมเขียวจำนวนประมาณ 1,300 เม็ดรวมกันเป็นกลุ่มคล้ายเครื่องประดับ ตลอดจนการพบจี้ทองคำ, ลูกปัดทองคำ และต่างหูทองคำเพิ่มเติมในบางโครง

จากการดำเนินงานตลอดช่วงเวลาดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีดอนยายทองเป็นแหล่งฝั่งศพที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงวิชาการ สะท้อนถึงรูปแบบพิธีกรรม ความเชื่อ และสถานะทางสังคมของชุมชนในอดีต และยังคงมีศักยภาพในการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในด้านโบราณคดี มานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์วัฒนธรรมของภูมิภาคต่อไป

3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

3 เดือน ขุดค้นแหล่งโบราณคดี "ดอนยายทอง" พบโครงกระดูกมนุษย์ 8 โครง-กำไลทอง-กลองมโหระทึก

แนวทางการดำเนินงานในอนาคต ทำการขุดแต่งให้ชัดเจนขึ้นเพื่อสามารถศึกษารูปแบบการฝังศพของแต่ละโครง, เก็บโบราณวัตถุที่อยู่ในดินขึ้น พร้อมจัดทำทะเบียน ส่วนโบราณวัตถุที่เป็นสำริดส่งอนุรักษ์ที่กลุ่มวิทยาศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์, บันทึกหลักฐานโครงกระดูกและเก็บกู้ขึ้น เพื่อทำความสะอาด และศึกษาวิเคราะห์, ส่งถ่านที่ได้จากการขุดค้นไปหาค่าอายุทางวิทยาศาสตร์, ทำการขุดแต่งเพื่อตามกลองมโหระทึกที่พบภายในหลุม เพื่อทำการศึกษาและเก็บขึ้น

ขณะที่นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า พบโครงกระดูกแสดงให้เห็นพิธีกรรมการฝังศพ มีการครอบภาชนะสำริดลงบนใบหน้า ที่สำคัญพบเครื่องประดับทองคำ ซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยพบเครื่องประดับดังกล่าวในคนยุคก่อนประวัติศาสตร์

เป็นคนก่อนประวัติศาสตร์แน่นอน ไม่เคยพบเครื่องทองคำกับการฝังศพคนก่อนประวัติศาสตร์ พบครั้งแรกที่แหล่งโบราณคดีโนนพลล้าน นครราชสีมา เป็นแหวนเล็ก ๆ น้อย แต่ที่นี่พบเครื่องประดับทองคำเยอะมาก ๆ น่าจะสัมพันธ์กับวัฒนธรรมอินเดีย

ข้อสันนิษฐานของนักโบราณคดี อาจกล่าวได้ว่า แหล่งโบราณคดีมีอายุอยู่ในช่วงสมัยก่อนประวัติศาสตร์ หรืออยู่ในช่วงประมาณ 2,000 – 1,500 มาแล้ว

อ่านข่าว :

กรมศิลป์ขุดเจอหลักฐานเพิ่ม หลังพบ "กลองมโหระทึก" ครั้งแรกที่เพชรบุรี

กรมศิลป์ รับมอบโบราณวัตถุ 53 ชิ้น ตามพินัยกรรมอดีตทหารสหรัฐฯ

"ประติมากรรมสำริดกลุ่มประโคนชัย" อายุกว่า 1,200 ปี กลับคืนสู่มาตุภูมิ