ครม.ยังไม่พิจารณาปัญหาจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมในพื้นที่ กทม.
ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เมื่อปลายปี 2554 รวมตัวกันที่สำนักงานเขตหลักสี่ เพื่อเรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร จ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือน้ำท่วม 20,000 บาทให้เท่ากันทุกราย รวมทั้งต้องการทวงถามความเป็นธรรมในการประเมินจ่ายเงินเยียวยาของเจ้าหน้าที่เขต โดยตัวแทนชาวบ้านได้พูดคุยทำความเข้าใจกับนายสุวิทย์ แสงเสน่ห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตหลักสี่ ที่รับปากว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเสนอผู้บริหาร กทม. เพื่อส่งต่อไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนำไปพิจารณา และจะให้คำตอบได้ภายในวันที่ 6 สิงหาคมนี้
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชุมนุมยืนยันว่าจะกลับมารวมตัวฟังคำตอบอีกครั้ง หากไม่สามารถให้คำตอบที่น่าพอใจ จะรวมตัวไปยื่นหนังสือร้องเรียนถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ลานคนเมือง พร้อมทั้งเตรียมร่วมกับกลุ่มกับชาวบ้านจากเขตดอนเมือง สายไหม และคลองสามวา ไปฟ้องศาลปกครองเพื่อเอาผิดกับ กทม.
ขณะที่ปัญหาการจ่ายเงินเยียวยา ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยออกมายืนยันแล้วว่าไม่สามารถจ่ายเงินจำนวน 20,000 บาท ตามที่ชาว กทม.ในหลายพื้นที่ร้องขอมา โดยต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ส่วนการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวานนี้ ไม่ได้มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าว
แต่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาแบบ การก่อสร้าง ระบบบริหารจัดการน้ำ และอุทกภัย โดยมีนายปลอดประสพ เป็นประธานโดยตำแหน่ง เพื่อคัดเลือกเอกชนจากการเปิดให้เอกชนรับ TOR บริการจัดการน้ำ และจะทำการประกาศผลในวันที่ 24 กันยายนนี้
รศ.เสรี ศุภราทิตย์ กรรมการ กยน. เสนอความเห็นกรณี การพิจารณาการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อก่อสร้างระบบบริหารจัดการน้ำว่า ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการ กยน.ไม่ได้ประเมินว่าสิ่งก่อสร้างต่างๆ จะมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จึงเห็นว่าควรศึกษาทางเลือกสิ่งก่อสร้างที่ดีที่สุดก่อน แล้วจึงค่อยดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างในการก่อสร้างต่อไป
ส่วนการจัดการป้องกันสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บริหาร บริษัท แอ็คโค ประเทศไทย จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจการผลิตรองเท้า ยืนยันว่าจะทำการขยายการลงทุนเพิ่มเติมไปที่จังหวัดสระบุรี และเชื่อว่าแผนบริหารจัดการน้ำของรัฐจะสามารถรับมือกับสถานการณ์น้ำในปีนี้ได้ และส่วนหนึ่งทางบริษัทก็ได้เตรียมการรับมือแล้ว
ส่วนแผนจัดการน้ำของรัฐบาล คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการขอเพิ่มเติมงบประมาณลงทุนประจำปีงบประมาณ 2555 ครั้งที่ 2 เพื่อก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมในนิคมอุตสาหกรรมของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย 6 แห่ง ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง นิคมฯบางชัน นิคมฯบางปู นิคมฯสมุทรสาคร นิคมฯบางพลี และนิคมฯพิจิตร โดยให้กู้ยืนเงินจากธนาคารออมสิน วงเงิน 3,546.24 ล้านบาท แต่ไม่มีการพิจารณาเพิ่มเติมในส่วนของนิคมอุตสาหกรรมในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
