กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผย "จนท." คือเป้าหมายถูกทำร้ายจากกลุ่มก่อความไม่สงบ

ภูมิภาค
02:16
จำนวนผู้ชม 40
Thai PBS
กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เผย "จนท." คือเป้าหมายถูกทำร้ายจากกลุ่มก่อความไม่สงบ

หน่วยงานด้านความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวังรถกระบะต้องสงสัยที่อาจติดตั้งระเบิดก่อนนำมาก่อเหตุความรุนแรงในแต่ละพื้นที่ ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า มีข้อมูลว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเป็นเป้าหมายถูกลอบโจมตีจากกลุ่มก่อความไม่สงบ

พ.อ. (หญิง) ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก ระบุว่า ข้อมูลของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่า สถิติการก่อเหตุในเดือนรอมฎอนปีนี้มีจำนวนไม่ต่างจากปีที่แล้วมากนักแต่เครือข่ายก่อความไม่สงบพยายามสร้างภาพความรุนแรงมากขึ้น โดยการอ้างคำสอนทางศาสนาในทางที่ผิด และการตอบโต้เจ้าหน้าที่จากการถูกกดดันต่อกลุ่มก่อความไม่สงบ และกลุ่มภัยแทรกซ้อน ทั้งปัญหายาเสพติดและผู้มีอิทธิพล รวมทั้งการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแนวร่วม ซึ่งเครือข่ายก่อความไม่สงบจะแบ่งหน้าที่กันทำ โดยเจ้าหน้าที่รัฐยังเป็นเป้าหมายแรก ๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการถูกลอบโจมตี

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้ย้ำในที่ประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบกให้แม่ทัพภาคที่ 4 เกาะติดสถานการณ์ในพื้นที่ใกล้ชิด และ ให้กำลังพลระมัดระวังตัว พร้อมทั้งปรับการทำงานให้สอดคล้องสถานการณ์ วิถีชาวบ้าน และนโยบายรัฐบาล

ขณะที่ศูนย์ปฏิบัติการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ตั้งขึ้นล่าสุดตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีอาจใช้ทำเนียบรัฐบาลหรือ กอ.รมน.สวนรื่นฤดี เป็นที่ตั้งศูนย์ โดยการทำงานจะชัดเจนหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการ 8 ส.ค.นี้ และเดินหน้าเป็นรูปธรรมหลังสิ้นสุดเดือนรอมฎอนเป็นการเพิ่มยาแรงกระตุ้นให้ทุกหน่วยงาน หลังจากมีคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ บูรณาการทำงานทุกส่วนราชการ

ส่วนการดูแลสถานการณ์ในพื้นที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานนานาชาติ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตรวจสอบรถทุกคันภายในพื้นที่รอบสนามบิน พร้อมเพิ่มมาตรการเข้มงวดตรวจสอบรถต้องสงสัย ตามข้อมูลของหน่วยงานด้านความมั่นคงในจังหวัดสงขลาที่ระบุว่า มีรถกระบะต้องสงสัยอีก 5 คันที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ อาจจะนำมาก่อเหตุในพื้นที่ชั้นใน

โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสนามบิน ระบุว่า ขณะนี้ใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยในระดับ 3 ที่จะมีการตรวจค้นสัมภาระผู้โดยสารอย่างเข้มงวด ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความไม่สะดวกต่อประชาชนและนักท่องเที่ยว และ มาตรการดังกล่าวจะสามารถป้องกันเหตุได้ในระดับหนึ่ง

ซึ่งข้อมูลหน่วยงานความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ยังเตือนเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย ให้ตรวจค้นรถกระต้องสงสัยอย่างน้อยอีก 10 คัน หลังข้อมูลจากหน่วยข่าวกรองระบุว่า ขณะนี้มีรถกระบะบางส่วนถูกประกอบระเบิดไว้เตรียมก่อเหตุแล้วในช่วงนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มมาตรการเชิงรุกในการตรวจสอบ เพื่อปิดช่องทางการสร้างสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ให้ได้