กปต.น้อมนำกระแสรับสั่ง
หลังเสร็จสิ้นการรับฟังบรรยายสรุปและประชุมกระชับแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ค่ายสิรินทร จังหวัดปัตตานี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กปต. เปิดเผยว่า ได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ปรับแผนการทำงานให้รัดกุมมากขึ้น โดยเฉพาะช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน เพราะไม่ต้องการองค์กรการประชุมอิสลามหยิบยกปัญหานี้ไปหารือในเวทีนานาชาติ
ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน กปต. ซึ่งไม่ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เรียกประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ที่ศูนย์ปฏิบัติในสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแจ้งเตือนงานด้านการข่าว โดยเฉพาะการเร่งตรวจสอบกรณีรถยต์ที่มีการแจ้งหายไว้ในระบบทั่วประเทศ เนื่องจากได้รับรายงานทางลับว่า อาจนำไปใช้ก่อเหตุวินาศกรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ส่วนความคืบหน้าในการเจรจาขอเข้ามอบตัวของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร.ต.อ.เฉลิม ยังคงกล่าวย้ำที่จะต้องพิจารณาเงื่อนไขการเข้าร่วมพัฒนาชาติไทยเป็นรายบุคคล โดยเฉพาะผู้ต้องหาในคดีอาญาสอดคล้องกับคำยืนยันของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่ระบุว่า หากมีการเจรจาขอเข้ามอบตัวสามารถทำได้ตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ.ความมั่นคง แต่ไม่สามารถเทียบเคียงกับกรณีคำสั่งที่ 66/23 ได้ เนื่องจากผู้ต้องหากระทำการในความผิดต่างกัน
ขณะที่ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รองผู้บัญชาการทหารบก กล่าวย้ำในความพร้อมที่จะน้อมรับกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมเห็นควรปรับเปลี่ยนแผนด้วยการเน้นเฝ้าระวัง โดยเฉพาะเส้นทางลาดตระเวน และ การดูแลจุดเสี่ยง
