ผู้ว่าฯนครศรีธรรมราชเตรียมนำปัญหาป่าพรุควนเคร็งเข้าครม. หวังแก้ปัญหาทั้งระบบ
แม้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการดับไฟป่าลุ่มน้ำปากพนัง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ ชุดเสือไฟ จะสามารถดับไฟที่กำลังลุกไหม้ ในเขตป่าพรุควนเคร็ง จังหวัดนครศรีธรรมราช ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้เกือบทุกจุด แต่ฝนที่ทิ้งช่วงมานานกว่า 4 เดือน ทำให้สภาพผืนดินแล้งจัด เกิดการทับถม ของเปลือกและใบของต้นเสม็ด ที่เปรียบเสมือนเชื้อเพลิงอย่างดี
ไฟป่าที่เกิดขึ้นมาน้ำมือมนุษย์ จึงกลับมาลุกไหม้อีกครั้ง ในช่วงกลางวัน ที่มีอากาศร้อนจัด หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ไฟคืน เจ้าหน้าที่ต้องจัดชุดเฝ้าระวัง ท่ามกลางอุปสรรค์ในเรื่องการจัดหาแหล่งน้ำไปดับไฟ อย่างไรก็ตามสถานการณ์เริ่มคลีคลายไปในทางที่ดี เพราะไม่ถูกลักลอบจุดเพิ่ม มากถึงวันละ 10 จุด เหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา
ล่าสุด นายวิโรจน์ จิระรังสรรค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เตรียมนำแนวทางการฟื้นฟูป่าพรุควนเคร็ง อย่างเป็นระบบ เข้าสู่ในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดชายฝั่งอ่าวไทย ที่กำลังจะมีขึ้นเป็นเรื่องหลัก ด้วยการจัดทำแบบแม่บท รวมถึงการจัดทำประชาพิจารณ์ ถามความต้องการของชาวบ้าน เบื้องต้นจะมีการจัดแบ่งงบประมาณ ให้ทุกจังหวัดละ จังหวัดละ100 ล้านบาท เงินบางส่วนจะถูกนำมาเพิ่มศัยภาพให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างจิตสำนึกต่อชุมชน เพราะเห็นว่า การลักลอบเผาป่าพรุในทุกปี ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิต ของชาวบ้านหลายหมื่นครอบครัว
กำลังชุดเสือไฟ ที่มีอยู่เพียง 30 นาย แต่ต้องดูแลพื้นที่ป่าพรุกว่า 300,000 แสนไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ของ จ.นครศรีธรรมราช และบางอำเภอ ของ จ.สงขลา และจ.พัทลุง ทำให้มีการจัดส่งชุดเสือไฟจ.อุทัยธานี และจ.นครราชสีมา จังหวัดละ 50 คน มาเสริมกำลัง ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ชุดนี้ ต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย สามารถดับไฟไปแล้วเกือบ 100 จุด เพื่อปกป้องป่าพรุ จากน้ำมือของผู้เห็นแก่ได้
