ตร.จับ “โอม” ผู้ต้องหาหลอกผู้เสียหายทางโซเชียลมีเดียนับร้อยคดี

อาชญากรรม
04:07
จำนวนผู้ชม 67
Thai PBS
ตร.จับ “โอม” ผู้ต้องหาหลอกผู้เสียหายทางโซเชียลมีเดียนับร้อยคดี

ตำรวจนครบาล จับผู้ต้องหาหลวงลวงผ่านโซเชียลมีเดียก่อคดีมานับร้อยคดี อาทิ ชิงทรัพย์, หลอกให้โอนเงิน และข่มขืน โดยผู้ต้องหารายนี้ เป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่เครือข่ายโซเชียลมีเดียออกประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า นายชาคร บุญเชิด หรือ โอม ผู้ต้องหาทำความผิดไว้เยอะมาก ประมาณกว่า 100 คดี จากการตรวจค้นในห้องพักพบของกลางเป็นกระเป๋าสตางค์สตรี กระเป๋าสะพาย บัตรเอทีเอ็ม บัตรประชาชนผู้เสียหาย บัตรเครดิต โทรศัพท์มือถือ และโน้ตบุ๊ค รวม 136 รายการ และพบว่า ผู้ต้องหามีหมายจับคดีลักทรัพย์และยังมีหมายจับคดีข่มขืนด้วย รวมแล้ว 5 หมายจับด้วยกันในท้องที่ต่างๆ ที่เจ้าทุกข์ได้เข้าแจ้งความไว้ ส่วนของผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อนสามารถเดินทางมาชี้ตัว และแจ้งความเพิ่มเติมได้ โดยตำรวจจะเรียกตัวผู้เสียหายทุกคนตามบัตรประชาชนของกลางที่ตรวจพบมาสอบปากคำ เพื่อดำเนินคดีกับนายชาคร ต่อไป

ขณะที่พล.ต.ต.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า สำหรับการจับกุมผู้ต้องหารายนี้ นอกจากเบาะแสจากโซเชียลมีเดีย ยังมีเหตุผลมาจาก นายสุเมธ วิวัฒน์วิชา ช่างภาพนิตยสารชื่อดัง ที่ถูกคนร้ายทุบกระจกรถและขโมยเงินสดกับกล้องถ่ายภาพที่ใช้ถ่ายแบบดาราชื่อดัง ณเดชน์ คูกิมิยะ กับญาญ่า อุรัสยา เสปอร์บันด์ ไป

ซึ่งนายสุเมธ ประกาศว่า อยากจะได้ภาพของดาราคู่นี้คืน กระทั่งเมื่อกลางดึกวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา นายสุเมธ ได้แจ้งมายังตำรวจว่า มีชายไม่ทราบชื่อโทรมาบอกว่า เจอกล้องที่มีรูปของญาญ่ากับณเดชน์ และจะคืนให้แต่ต้องแลกกับเงินสด 30,000 บาท จึงนำไปสู่การจับกุมนายโอมผู้ต้องหา

สำหรับผู้ต้องหารายนี้ ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร หลอกลวงเอาทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะเข้าไปค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต โดยพิมพ์คำว่า "แจ้งเบาะแสรางวัลนำจับ" จากนั้นจะเข้าไปดูข้อมูลและเบอร์โทรศัพท์ไปหลอกผู้เสียหายเพื่อจะเอารางวัลนำจับ หรืออ้างว่า พบของของผู้เสียหายแต่ต้องนำเงินมาแลก เบื้องต้น พบว่า มีผู้เสียหายที่ยืนยันว่าถูกผู้ต้องหาลักทรัพย์ประมาณ 40 ราย หลังจากนี้จะเร่งประสานผู้เสียหายให้เข้ามาชี้ตัวผู้ต้องหาและตรวจสอบของกลางเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายนี้ต่อไป เบื้องต้น นายชาคร ถูกตั้งข้อหาลักทรัพย์ และใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ ก่อคดีมาแล้วกว่า 100 ครั้ง ภายในระยะเวลา 3 ปี