ภาคเหนือ ระวังน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม
ฝนที่ตกหนักในจังหวัดน่าน ทำให้น้ำจากลำน้ำแก่น และลำน้ำเกี๋ยน ตำบลม่วงตึ๊ด อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ไหลเข้าร่วมบ้านเรือนประชาชนที่บ้านหนองเต่า หมู่ 3 ตำบลม่วงตึ๊ดจำนวน 30 หลังคาเรือน ระดับน้ำสูงกว่า 50 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนทรัพย์สินขึ้นที่สูง แต่บ้านบางหลังที่อยู่ต่ำกว่าถนน ไม่สามารถเก็บของหนีน้ำได้ทัน เพราะน้ำไหลเข้าท่วมอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ น้ำที่ท่วมถนนในหมู่บ้านหนองเต่าหลายจุดยังทำให้รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้
ส่วนน้ำป่าที่ไหลเข้าท่วมในพื้นที่ตำบลไผ่ล้อม ตำบลศีรพนมมาศ และตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นน้ำป่าที่ไหลลงมาเร็ว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งเข้าไปช่วยเหลือแล้ว แต่ทางจังหวัดยังประกาศเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในอำเภอลับแล อำเภอตรอน และอำเภอพิชัย เฝ้าระวังอันตรายจากน้ำป่าและดินโคลนถล่มเนื่องจากระยะนี้ยังมีฝนตกลงมาต่อเนื่อง ขณะที่อำเภอเมืองอุทัยธานี สถานการณ์ภัยแล้ง เริ่มคลี่คลาย หลังฝนตกติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้ระดับน้ำหน้าเขื่อนวังร่มเกล้า ซึ่งกั้นแม่น้ำแควตากแดด ในเขตตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอเมือง เริ่มมีน้ำขังบริเวณพื้นที่รับน้ำหน้าเขื่อน และขังแอ่งตามลำแม่น้ำตากแดด เกษตรกรจึงเริ่มติดตั้งเครื่องสูบน้ำตามแหล่งน้ำ เพื่อสูบน้ำเข้านาไปหล่อเลี้ยงต้นข้าว
ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขงด้านจังหวัดหนองคาย แม้ระดับน้ำจะยังทรงตัวและต่ำกว่าตลิ่งกว่า 1 เมตร แต่เทศบาลเมืองหนองคายยังเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยการปิดประตูระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขงทั้ง 6 บาน จากทั้งหมด 7 บาน พร้อมติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 จุด ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าในเขตเทศบาลเมืองหนองคายบางรายก่ออิฐบล็อกที่หน้าร้านสูงกว่า 30 เซนติเมตรเพื่อป้องกันน้ำท่วม
ขณะที่ชาวบ้านคูสว่าง ตำบลหนองกินเพล อำเภอวารินชำราบ ร่วมกันสร้างบ้านน็อคดาวน์สำหรับใช้เป็นที่พักอาศัยในช่วงฤดูน้ำหลาก เนื่องจากชุมชนคูสว่าง อยู่ติดริมแม่น้ำมูลและถูกน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี แม้ว่าขณะนี้ระดับในแม่น้ำมูลที่เพิ่มขึ้น จะยังต่ำกว่าตลิ่ง
