อีสานยังเผชิญภัยแล้งหนัก น้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 30

ภูมิภาค
12:09
จำนวนผู้ชม 29
Thai PBS
อีสานยังเผชิญภัยแล้งหนัก น้ำในเขื่อนมีปริมาณน้อยกว่าร้อยละ 30

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หลายจังหวัดกลับต้องเผชิญปัญหาภัยแล้งจากภาวะฝนทิ้งช่วง ขณะที่เขื่อนหลายแห่งมีแนวโน้มว่าจะเข้าขั้นวิกฤติแล้ว แต่ภาคใต้โดยเฉพาะฝั่งอันดามัน มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ จนต้องสั่งเฝ้าระวังไปจนถึงสิ้นเดือนนี้

ชาวนาใน ต.สำราญ อ.เมือง จ.ยโสธร ต้องสูบน้ำจากบ่อบาดาล ขึ้นมาหล่อเลี้ยงต้นข้าวในนาของตัวเองเท่าที่จะทำได้ หลังจากที่นาข้าวในพื้นที่หลายพันไร่ยืนต้นตายไปแล้ว จากสภาวะฝนทิ้งช่วงมานานหลายเดือน

ขณะที่สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง ทั้งเขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ เขื่อนลำพระเพลิง และเขื่อนลำตะคอง จ.นครราชสีมา พบว่าปริมาณการกักเก็บเหลือไม่ถึงร้อยละ 30 แต่เจ้าหน้าที่ยังจำเป็นต้องปล่อยน้ำ เพื่อไม่ให้กระทบต่อพื้นที่การเกษตร

ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ประเมินว่า หากภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ฝนยังไม่ตก น้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคอง จะเหลือไม่ถึงร้อยละ 25 และอาจเข้าขั้นวิกฤติ ชลประทานจำเป็นต้องหยุดส่งน้ำ เพื่อการเกษตรทันที เพื่อไม่ให้กระทบต่อการผลิตน้ำประปาในพื้นที่

เช่นเดียวกับชาวนาใน อ.โพธิ์ประทับช้าง จ.พิจิตร ที่ต้องสูบน้ำใต้ดิน ขึ้นมาล่อเลี้ยงต้นข้าว ที่มีอายุเพียง 3 สัปดาห์ หลังประสบปัญหาภาวะฝนทิ้งช่วง และ แหล่งน้ำตามธรรมชาติแห้งขอดหมดแล้วเช่นกัน

ขณะที่นายศิริชัย แสงสุวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก เปิดเผยว่า ขณะนี้มีปริมาณน้ำสะสมในเขื่อนร้อยละ 48 ของความจุอ่าง ซึ่งค่อนข้างน้อยกว่าปีที่แล้ว(54) สาเหตุมาจากฝนตกทิ้งช่วงเป็นเวลานานหลายเดือน โดยการระบายน้ำเป็นไปตามแผน ของกรมชลประทานที่กำหนดไว้ ไม่เกิน 8 ล้าน ลบ.ม./วัน ซึ่งยังเพียงพอต่อพื้นที่เกษตรกรรมในพื้นที่ลุ่มน้ำ ที่มีระบบการชลประทานเข้าถึงตั้งแต่ จ.ตาก ต่อเนื่องไปถึง จ.นครสวรรค์

ภาคใต้ฝนตกต่อเนื่อง-คลื่นลมแรง

ตรงข้ามกับภาคใต้ ที่ขณะนี้กำลังเผชิญกับฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ในแถบชายฝั่งทะเลอันดามัน ถึงแม้เจ้าหน้าที่จะเตือนให้ระวังอันตราย แต่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ยังคงเดินทางไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ โดยเฉพาะเกาะพีพี จ.กระบี่

โดยผู้ประกอบการเรือท่องเที่ยวบอกว่า คลื่นในทะเลขณะนี้ ยังไม่เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ แม้จะเกิดอุบัติเหตุเรือสปีดโบ้ทล่ม บริเวณเกาะเขียว-เกาะดอกไม้ ขณะพานักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 40 คน เดินทางกลับห่างจากเกาะพีพี เมื่อวานนี้(27 ส.ค.)ก็ตาม

ส่วนสภาพทั่วไปใน จ.พังงา ตลอดทั้งวันยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่หลายอำเภอแจ้งเตือนประชาชนบริเวณที่ราบลุ่ม ริมน้ำ และที่ลาดเชิงเขา ให้ระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. นี้