หลายจังหวัดภาคอีสานประสบปัญหาภัยแล้ง
ชาวนาในตำบลสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร ต้องสูบน้ำจากบ่อบาดานเข้าแปลงนาข้าว เพื่อหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังจะยืนต้นตาย ทำให้ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น หลังประสบปัญหาฝนทิ้งช่วงนานหลายเดือน ส่งผลให้เขื่อนลำปาว มีปริมาณน้ำในอ่างฯเหลือร้อยละ 23 ทำให้ไม่สามารถปล่อยน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ท้ายคลองชลประทานที่มีหลายพันไร่ ทำให้เกษตกรบางส่วนต้องสูบน้ำจากแหล่งน้ำธรรมชาติเข้าแปลงนา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
ส่วนที่ฝนที่เริ่มตกกระจายในหลายพื้นที่ ทำให้ชาวนาในตำบลพลกรัง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา และในตำบลพระธาตุ อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ตัดสินใจเริ่มดำนา เนื่องจากเริ่มเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของฤดูทำนาและเชื่อมั่นว่าฝนที่ตกลงมาจะมีน้ำเพียงพอ ขณะเดียวกันยังส่งผลให้ต้นข้าวที่กำลังยืนต้นแห้งตายบางส่วนกลับฟื้นคืนมาอีกครั้ง
ขณะที่ ชาวนาในพื้นที่ตำบลหนองปล้อง อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ต้องไถกลบต้นข้าวอายุกว่า 2 เดือน ในที่นากว่า 40 ไร่ทิ้งทั้งหมด หลังใช้วิธีการหว่านแห้งเพื่อรอฝน เพราะอยู่นอกเขตชลประทาน และ ไม่มีแหล่งน้ำอื่นๆ ในพื้นที่ แต่ฝนที่ตกน้อยเกินไป ทำให้ต้นข้าวแคระแกร็น โดยหากต้องทำนาครั้งใหม่ ต้องลงทุนเป็นอีกกว่า 50,000 บาท
ด้านเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ต้องขึ้นบินทำฝนหลวง ในพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่ภาคเหนือตอนล่าง ต่อเนื่องถึงภาคกลาง วันละ 8 เที่ยวบิน หลังได้รับการประสานร้องขอให้เร่งแก้ปัญหาฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดนครสวรรค์ ที่ประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วงจนส่งผลกระทบกับพื้นที่เกษตรเป็นบริเวณกว้าง
