หลายจ.ภาคเหนือเฝ้าระวังน้ำป่าและน้ำล้นตลิ่ง หลังฝนตกหนัก

ภูมิภาค
07:43
จำนวนผู้ชม 62
Thai PBS
 หลายจ.ภาคเหนือเฝ้าระวังน้ำป่าและน้ำล้นตลิ่ง หลังฝนตกหนัก

หลายจังหวัดภาคเหนือยังต้องเฝ้าระวังน้ำป่า และน้ำล้นตลิ่งต่อเนื่อง หลังมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ล่าสุดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ต่อเนื่องเป็นวันที่สอง

ฝนที่ตกตลอดทั้งคืนทำให้น้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยเป็ด และน้ำลำห้วยแม่เมาะ ไหลเข้าท่วมท่วมหมู่บ้านห้วยเป็ด ต.แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง ชาวบ้านเร่งขนย้ายทรัพย์สิน และเตรียมอพยพหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น เช่นเดียวกับที่บ้านปงต้นปิน ต.สบป้าด อ.แม่เมาะ ซึ่งถูกน้ำป่าไหลเข้าท่วมวานนี้ ก็เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำป่า ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้อีก ขณะที่จ.แพร่ น้ำป่าจากเทือกเขาไหลหลากเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ในต.นาพูน อ.วังชิ้น เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือ ซึ่งน้ำป่าจุดนี้จะส่งผลให้แม่น้ำยมเพิ่มสูงขึ้น ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำของจ.สุโขทัย ต้องเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งช่วง1-2 วันนี้

ส่วนทหารช่างกองพัน 302 เร่งติดตั้งตอม้อ เพื่อซ่อมแซมสะพานข้ามแม่น้ำยมสายเก่า บริเวณบ้านวังน้ำเย็น ต.พรหมพิราม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนพังเสียหาย ล่าสุดระดับน้ำลดลงสู่ภาวะปกติแล้ว น้ำเหนือที่ไหลบ่าจากจ.สุโขทัย ผ่านอ.บางระกำ จ.พิษณุโลก และน้ำสะสมในพื้นที่ ทำให้แม่น้ำยมในจ.พิจิตร เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยค่ำคืนที่ผ่านมาชาวบ้านย่านยาว ต.รังนก อ.สามง่าม ต้องขนย้ายทรัพย์สินไปไว้บนถนน เพื่อป้องกันความเสียหาย ส่วนที่จ.นครสวรรค์น้ำท่วมยังขยายวงกว้าง ล่าสุดแม่น้ำน่านล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้าน และพื้นที่เกษตร ในต.โคกหม้อ อ.ชุมแสง ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจร

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง ยังคงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงวันที่ 17 กันยายนนี้ เนื่องจากฝนที่ตกหนักช่วง 2 วันที่ผ่านมา ประกอบกับการระบายน้ำจากจังหวัดสุโขทัยลงพื้นที่ภาคกลาง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอีก 10 ซม. โดยเฉพาะพื้นที่ริมน้ำในจ.พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านขนย้ายทรัพย์สินแล้ว ส่วนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งนิคมอุตสาหกรรมไฮเทค, นิคมอุตสาหกรรมบางปะอิน และนิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร กำลังเร่งเตรียมการป้องกันน้ำท่วม สำหรับพื้นที่ลุ่มในอ.ผักไห่, บางบาล, เสนาและบางปะอิน ชาวนาเร่งเกี่ยวข้าว เพราะเกรงว่าจะถูกน้ำท่วมปลายเดือนนี้

ส่วนที่จ.อ่างทองซึ่งประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติไปแล้ว 5 อำเภอ คือ อ.เมือง, วิเศษชัยชาญ, ป่าโมก, ไชโย, และโพธิ์ทอง ล่าสุด ระดับน้ำหน้าศาลากลางจังหวัด สูง 7.30 ม.ทำให้ผู้ที่มีบ้านเรือนริมแม่น้ำ ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดชลประทาน ได้ยกประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว คลองสาขาแม่น้ำเจ้าพระยา เพิ่มอีก 50 ซม. ทำให้หน่วยงานท้องถิ่นและชาวบ้านอิฐ อ.เมือง ต้องเร่งเสริมคันกั้นน้ำ เพื่อป้องกัน โดยปริมาณน้ำจากจ.อ่างทอง จะไหลสู่อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยาก่อนไปรวมกับแม่น้ำลพบุรี