ตำรวจเตรียมนำหมอต้องหาฆ่าอำพรางไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี
พ.ต.อ.พิชัย ปกป้อง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรท่าไม้รวก จังหวัดเพชรบุรี เปิดเผยว่า วันนี้จะมีการใช้รถแบคโอ ขุดหาหลักฐานเพิ่มเติมในไร่ของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ อายุรแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกักขังทำให้ผู้อื่นขาดอิสรภาพ และร่วมกันลักทรัพย์หรือมีไว้ซึ่งของโจร ซึ่งเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของ 2 สามีภรรยา เมื่อ 3 ปีก่อน หลังจากที่การขุดหาหลักฐานเมื่อวานนี้ไม่เป็นผลสำเร็จเนื่องจากเกิดฝนตก แต่คาดว่าวันนี้จะยังมีการขุดค้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีมากถึง 40 ไร่ จึงอาจต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ
ส่วนผู้ต้องหาวันนี้ตำรวจจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดเพชรบุรี และจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี และอาจทำให้เสียรูปคดี ขณะที่ผลการตรวจดีเอเอ็นโครงกระดูก ที่ขุดพบโครงแรก จะทราบผลภายในวันพุธนี้ (26 ก.ย.) ขณะที่อีก 2 โครงที่ขุดพบในภายหลัง จะส่งไปยังสถาบันนิติเวช ในวันนี้ (24ก.ย.) ซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายในวันศุกร์ที่ 28 กันยายน และหากผลตรวจยืนยันว่าเป็นศพของนายสามารุถ นุ่มจุ้ย และ น.ส.อรษา เกิดทรัพย์ 2 สามีภรรยา ที่หายตัวไปเมื่อ 3 ปีก่อน พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ก็จะถูกตั้งข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนาเพิ่ม
ด้าน พล.ต.ท.นพ.จงเจตน์ อาวเจนพงษ์ นายแพทย์ใหญ่ โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ในวันนี้ (24 ก.ย.) จะออกคำสั่งให้ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ออกจากราชการไว้ก่อน และจะส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ระงับคำสั่งเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่รีไทร์ที่จะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ซึ่งผิดหลักเกณฑ์ และตามกำหนดเดิม เจ้าตัวจะได้เลื่อนยศเป็น พล.ต.ต.ในวันที่ 30 กันยายนนี้
ด้านนายสว่าง นุ่มจุ้ย บิดาของ นายสามารถ นุ่มจุ้ย ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ น.ส.วิลสา จันทรบัญชร ภรรยา เพิ่มในข้อหาในข้อหาฆ่านายสามารถ นุ่มจุ้ย ตายโดยเจตนา และอำพรางศพ พร้อมให้ข้อมูลสำคัญ โดยเฉพาะกรณีที่นายสว่างโทรศัพท์ไปสอบถามเรื่องการหายตัวไปของลูกชาย และลูกสะใภ้ หลังพบรถกระบะจอดอยู่ในบ้านพักของผู้ต้องหาที่จังหวัดนนทบุรี แต่กลับถูกผู้ต้องหาข่มขู่ให้ระวังตัว และขอให้หยุดการเปิดโปงเรื่องนี้
ส่วนเมื่อวานนี้ บุตร และทนายความของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เดินทางมาติดต่อขอเข้าพบเพื่อพูดคุยกับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ โดยมีรายงานว่า ทนายความได้ตำหนิการทำงานของตำรวจกับภาพที่ออกมาทางสื่อว่า พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เป็นถึงนายตำรวจระดับสูง แต่ดูเหมือนได้รับการปฏิบัติไม่ดี ภาพที่ออกไปทำให้สังคมตัดสินเหมือนผิดไปแล้ว
โดยทางพนักงานสอบสวนได้ชี้แจงว่ามีระเบียบในการควบคุมตัวเพื่อป้องกันเหตุต่างๆ อยู่ จากนั้นได้จัดให้ทีมทนายความเข้าพูดคุยกับ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ ในห้องขัง โดยปล่อยให้ทีมทนายความได้พูดคุยกันอย่างอิสระ แต่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ นปพ.คอยควบคุมอยู่หน้าห้องขัง และได้มีการนำเอาเสื้อผ้ามาเพิ่มให้กับผู้ต้องหาด้วย
