เฝ้าระวังน้ำป่า และดินถล่ม ในภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน
ชาวเล และชาวมอแกนในชุมชนถนนเจริญราษฎร์ ตำบลท้ายช้าง อำเภอเมือง จังหวัดพังงา กลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ หลังปริมาณฝนที่ตกหนัก ติดต่อกันหลายวันเริ่มลดลง แต่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ยังคงเตือนผู้อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัย 8 อำเภอ คือ อำเภอเมือง, อำเภอคุระบุรี, อำเภอตะกั่วป่า, อำเภอกะปง, อำเภอท้ายเหมือง, อำเภอตะกั่วทุ่ง, อำเภอทับปุด และอำเภอเกาะยาว เฝ้าระวังดินโคลนถล่ม น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง ในช่วง 2 วันนี้
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วม ที่ตำบลทับปริก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีผู้ได้รับผลกระทบกว่า 200 ครอบครัว ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังต้องเฝ้าระวัง ภาวะน้ำท่วมฉับพลันเช่นกัน
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยว น้ำตกหลายแห่ง ในจังหวัดพัทลุง ปริมาณน้ำเพิ่มสูง และกระแสน้ำเชี่ยว เช่น น้ำตกโนแพทอง ในอำเภอศรีนครินทร์ เจ้าหน้าที่ได้ติดป้ายเตือนให้ระวังอันตราย เช่นเดียวกับน้ำตกอีก 4 แห่งบริเวณเทือกเขาบรรทัด ที่มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น
ในพื้นที่ลุ่มน้ำยม ภาคเหนือ แม้ว่าระดับน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่บางจุดยังคงได้รับผลกระทบ เช่น บ้านคลองปลากราย ตำบลบางระกำ อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ชาวบ้านยังต้องใช้เรือในการสัญจร เพราะยังมีน้ำท่วม ประมาณ 50 เซนติเมตร เช่นเดียวกับนาข้าว บ้านวังแร่ ตำบลชุมแสงสงคราม ที่มีน้ำท่วมสูงประมาณ 1 เมตร ล่าสุด ทางจังหวัดตั้งศูนย์บัญชาการส่วนหน้าอุทกภัยจุดเฝ้าระวัง ที่ตำบลชุมแสงสงคราม และตำบลวังกุ่ม อำเภอบางระกำ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
ส่วนพื้นที่จังหวัดพิจิตร ที่รับน้ำต่อจากจังหวัดพิษณุโลก มีน้ำท่วมขังที่ตำบลไผ่ท่าโพ อำเภอโพธิ์ประทับช้าง นานกว่า 1 สัปดาห์ ทำให้สวนดอกดาวเรืองของชาวบ้านเน่าเสีย เกษตรกรบางรายต้องสูญเสียรายได้กว่า 200,000 บาท
ขณะที่ชาวบ้านตำบลพันลาน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เร่งซ่อมแซมประตูระบายน้ำคลองปลากดนอก ที่ชำรุดเนื่องจากแรงดันของน้ำในแม่น้ำน่าน ซึ่งหากไม่เร่งปิดประตูน้ำจะทำให้นาข้าวหลายพันไร่ ในตำบลพันลาน และตำบลไผ่สิงห์ ไม่มีน้ำทำนา
ส่วนชาวนาในตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ ต้องเร่งเกี่ยวข้าว ป้องกันความเสียหายจากน้ำในลำน้ำมูล และลำน้ำสาขาล้นตลิ่ง ขณะที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลล่าง และฝายราษีไศลเร่งพร่องน้ำ เพื่อรักษาระดับน้ำในลำน้ำมูล เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร
