อุตุฯเตือนภาคอีสาน-ภาคกลางระวังผลกระทบ"พายุแกมี"

ภูมิภาค
08:01
จำนวนผู้ชม 34
Thai PBS
อุตุฯเตือนภาคอีสาน-ภาคกลางระวังผลกระทบ"พายุแกมี"

อิทธิพลของพายุแกมี ขณะนี้มีศูนย์กลางทางตะวันออกของประเทศเวียดนาม ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคกลาง เฝ้าระวังผลกระทบ ระหว่างวันที่ 5 - 6 ตุลาคมนี้ ขณะที่วันนี้มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ขณะที่หลายพื้นที่ทางภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนตกหนัก เนื่องจากอิทธิพลจากร่องมรสุม โดยเฉพาะในจ.นครราชสีมา มีฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้เจ้าหน้าที่อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง ต้องเร่งระบายน้ำ วันละ 2,700,000 ลูกบาศก์เมตร เพื่อรักษาระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ ที่มีมากถึง101 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่าง 110 ล้านลูกบาศก์เมตร และรับสถานการณ์ฝนที่จะตกมากขึ้นจากอิทธิพลพายุแกมี แต่สำนักชลประทานที่ 8 ยังมั่นใจว่า จะไม่ส่งผลให้น้ำล้นตลิ่ง เข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และบ้านเรือนท้ายอ่างเก็บน้ำ

ขณะที่เมืองพัทยาและบางละมุง จ.ชลบุรี มีฝนตกหนักตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ทำให้น้ำท่วมขังสูงบนถนนสุขุมวิท ทั้งขาเข้าและขาออก รวมทั้งเส้นทางต่างๆในเขตเมืองพัทยา-นาเกลือ ระดับน้ำสูงกว่า 3 เมตร รถยนต์และรถจักรยานยนต์ไม่สามารถใช้เส้นทาง และจอดเสียริมถนนเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้บ้านเรือนในหลายพื้นที่ก็ถูกน้ำท่วมฉับพลัน ได้รับความเสียหายมากกว่า 50 หลัง เพราะไม่สามารถขนทรัพย์สินได้ทัน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำที่ท่วมขัง และช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างยังมีฝนตกหนัก เช่น ในจ.พิจิตร โดยเฉพาะที่ต.รังนก อ.สามง่าม ซึ่งมีน้ำท่วมอยู่แล้วทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

สำหรับพายุแกมีขณะนี้มีศูนย์กลางทางตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศวียดนาม โดยกรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน เมื่อเวลา 1.00 น.วันนี้ว่าพายุจะเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่า จะมีกำลังแรงขึ้นและเคลื่อนขึ้นฝั่งตอนกลางของประเทศเวียดนาม จากนั้นจะอ่อนกำลังลง และเคลื่อนผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางของไทย ทำให้ระหว่างวันที่ 6-8 ตุลาคมนี้ บริเวณเส้นทางเดินพายุ และพื้นที่ใกล้เคียง จะมีฝนหนาแน่น และตกหนักบางพื้นที่ เช่น จ.อำนาจเจริญ,อุบลราชธานี, ศรีษะเกษ,สุรินทร์, บุรีรัมย์, นครราชสีมา ด้านภาคตะวันออก บริเวณจ.สระแก้ว, ปราจีนบุรี ส่วนภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป