มทภ.4 เผยแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบคนสำคัญจะเข้ารายงานตัวกับ จนท. พรุ่งนี้
ผู้ต้องสงสัย 39 คน ถูกเจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบดีเอ็นเอและทำบันทึกประวัติ หลังจากเกิดเหตุกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดและยิงเจ้าหน้าที่ 6 จุดใน อ.ตากใบ และอีก 2 จุดใน อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส
เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิมที่เคยก่อเหตุ และเลือกอำเภอตากใบ เพราะใกล้วันครบรอบ 8 ปี สลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ จึงอาศัยช่วงนี้ก่อเหตุเพื่อสร้างกระแสความรุนแรง
ส่วนเหตุลอบวางระเบิดที่ อ.บาเจาะ 2 จุด ขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพื้นที่ต้องสงสัยหมู่บ้านตันหยง ต.บาเละใต้ อ.บาเจาะ ทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บอีก 6 นาย ล่าสุด เจ้าหน้าที่ยังคงสนธิกำลังปิดล้อมพื้นที่ต้องสงสัย เพราะคาดว่ากลุ่มผู่ก่อเหตุยังคงหลบซ่อน ใน อ.บาเจาะ
ที่ จ.ปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าปิดล้อมบ้านหลังหนึ่ง ใน ต.ช้างไห้ตก อ.โคกโพธิ์ หลังจากมีเบาะแสว่าผู้ต้องสงสัยแนวร่วมก่อเหตุ หลบซ่อนตัวอยู่ในบ้าน แต่ขณะตรวจค้น เจ้าหน้าที่รายงานว่า นายอาลียะ แบเซาะ อายุ 23 ปี ผู้ต้องสงสัยกลุ่ม อาร์เคเค ใช้อาวุธปืนยิงต่อสู่จึงเกิดการปะทะกัน และนายอาลียะ ถูกวิสามัญฆาตกรรม
แม่ทัพกองทัพภาคที่ 4 แสดงความเห็นจากเหตุระเบิดใน อ.ตากใบ ว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคง คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ และได้กำชับกำลังพลให้เพิ่มความระมัดระวัง และเชื่อว่า การใช้ความรุนแรงของกลุ่มก่อความไม่สงบช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา ตรงข้ามกับความรู้สึกของประชาชน พร้อมทั้งเปิดเผยว่า จะมีอดีตอุสตาซคนสำคัญ ที่เคยร่วมกับกลุ่มก่อความไม่สงบมานานถึง 8 ปี มาเข้ารายงานตัวในวันพรุ่งนี้(22 ต.ค.) อีก 1 คน เพื่อยุติการต่อสู้กับรัฐ หลังทราบแนวทางการพูดคุยสันติภาพของกองทัพ
