ทางการได้โต้ข้อกล่าวหาในที่ประชุม โอไอซี กรณี 3 จังหวัดชายแดนใต้
เป้าหมายของการก่อเหตุความรุนแรง ซึ่งเป็นชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนในเขตเมืองยะลา เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน แม้จะยังไม่สามารถสรุปได้ว่า คนร้ายจงใจที่จะทำร้ายเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยที่ขับรถผ่านมา หรือ มีเป้าหมายเป็นย่านธุรกิจของคนไทยเชื้อสายจีน แต่ปฎิเสธไม่ได้ว่า ในช่วงที่ผ่านมา แนวร่วมพยายามที่จะก่อเหตุความรุนแรง เพื่อสร้างความแตกแยกระหว่างคนต่างความเชื่อ และความพยายามเช่นนี้ ทำให้หลายชุมชนเริ่มเกิดควาดหวาดระแวง จนถูกหยิบยกไปสู่การนำเสนอของบางกลุ่มบุคคล ต่อเวทีความร่วมมืออิสลาม หรือโอไอซี ที่มีการประชุมระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายน ที่ประเทศจิบูติ ซึ่งในมุมมองของผู้นำศาสนามองว่า หากโอไอซี เข้ามาร่วมแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ต้องเข้าใจทุกบริบท มิใช่เข้าใจเพียงเนื้อหาบางส่วนเพื่อไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของคนบางกลุ่ม
ไม่แตกต่างไปจากมุมมองของนักวิชาการที่เห็นว่า ผู้สูญเสียใน 3 จังหวัดชายแดนใต้มิใช่มีเฉพาะคนมุสลิม แต่มีคนไทยพุทธจำนวนมากรวมอยู่ด้วย จึงถือว่าไม่ใช่การเลือกปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นฝีมือของคนบางกลุ่มที่พยายามสร้างรอยร้าว และหากโอไอซีเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาภาคใต้มากเกินไป โดยไม่มีความเข้าใจ ก็อาจทำให้การสางปัญหายุ่งยากมากขึ้นไปอีก
ทั้งนี้ โอไอซี มีสมาชิก 57 ประเทศ โดยไทยอยู่ในฐานะประเทศผู้สังเกตการณ์ ซึ่งในการประชุมครั้งล่าสุดในประเทศจีบูติพบว่า ข้อมูลที่ถูกนำเสนอระหว่างการประชุม คือข้อมูลเดิมในปี 2550 ทั้งในเรื่องของปัญหาการสนับสนุนการการส่งเสริมการศึกด้านทวิภาษา การเลือกปฏิบัติต่อคนมุสลิม และการใช้กฎหมายพิเศษในการควบคุมสถานการณ์ แต่พบว่าตัวแทนทางการของไทยได้นำเสนอความก้าวหน้าในการส่งเสริมการศึกษา 2 ภาษา และความจำเป็นในการใช้กฎหมายพิเศษในการดูแลพื้นที่ รวมถึงสิทธิเสรีภาพที่คนไทยมุสลิมได้รับ ที่เป็นสัดส่วนที่มากกว่าปกติ สร้างความพอใจให้ที่ประชุมให้คณะกรรมการโอไอซี
